Category Archives: Uncategorized

ภาระงานหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 รายวิชาการงาน 5 ง 23105 ม.3

คำสั่ง  ให้นักเรียนที่เรียนรายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี 5 รหัสวิชา ง 23105
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3 ทุกคนทุกห้องเรียน
        ภาระงานปฏิบัติ
1.ให้นักเรียนประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติคนละ  1  ชิ้นงาน
พร้อมนำเสนอผลงานและวัสดุ อุปกรณ์  ขั้นตอนการทำ  ประโยชน์ใช้สอย ข้อเสนอแนะ
และนำเสนอผลงานพร้อมบรรจุภัณฑ์ชนิดนั้นๆ  ให้แสดงวิธีทำ  ขั้นตอนการปฏิบัติ
โดยมีรูปภาพประกอบแต่ละขั้นตอน
กำหนดส่ง   หลังสอบกลางภาค  สัปดาห์ที่  12 – 13

ข้อเสนอแนะ  บรรจุภัณฑ์สามารถใช้งานได้ตามจริง
            1.ถ้านักเรียนคนใดเลือกทำชะลอมให้บรรจุภัณฑ์มะม่วงกวนหรือชะลอมประยุกต์
ต้องใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์.
            2.นักเรียนที่เลือกบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษแข็งต้องใช้งานได้และนำเสนอผลงาน
            3.นักเรียนที่ทำถุงผ้าแบบหูรูดต้องใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์
4.นักเรียนที่เลือกบรรจุภัณฑ์อย่างอื่นต้องนำเสนอผลงานเหมือนกันทุกประการ
                               

    krupaga
 

แบบทดสอบหน่วยที่ 3 เรื่องการประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ ง 23105 ม.3

คำสั่ง  ให้นักเรียนทำเครื่องหมายกากบาท(X)ทับข้อที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว
1.บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติมีความสำคัญในข้อใด.
ก.  ลดปริมาณขยะ    ข.  อนุรักษณ์สิ่งแวดล้อม
ค.  สร้างรายได้ให้แก่ครอบครัว   ง.  ถูกทั้งข้อ  ก และ  ข
2.เพราะเหตุผลใดบรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติจึงช่วยลดปริมาณขยะ.
ก.  เพราะย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ   ข.  นำไปจำหน่ายได้ราคาดี
ค.  ปลอดภัยจากผู้ใช้จึงนำกลับมาใช้ใหม่   ง.  มีบ่อขยะเป็นจำนวนมาก
3.ข้อใดคือข้อคำนึงในการเลือกซื้อบรรจุบรรจุภัณฑ์.
ก.  คุณภาพ   ข.  ราคาถูก   ค.  ประโยชน์ใช้สอย   ง.  ถูกทุกข้อ
4.นอกจากข้อคำนึงในข้อ 3 แล้วปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจเลือกซื้อคือข้อใด.
ก.  ความแปลกใหม่   ข.  ความสวยงาม    ค.  ความทันสมัย   ง.  ถูกทุกข้อ
5.บรรจุภัณฑ์หมายถึงข้อใด.
ก.  วัสดุที่ใช้ใส่  ห่อ หุ้มสินค้า   ข.ผลิตภัณฑ์โดยที่วัสดุนั้นต้องปกป้องคุ้มครองสินค้า
ค.  ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายในให้มีความปลอดภัย สะดวกต่อการใช้งาน การขนส่ง
การเคลื่อนย้ายช่วยส่งเสริมการจำหน่ายสินค้า   ง.  ถูกทุกข้อ
6.บรรจุภัณฑ์ชิ้นแรกของมนุษย์เกิดขึ้นจากความจำเป็นในข้อใด.
ก.  บรรจุภัณฑ์ใส่อาหาร    ข.  บรรจุภัณฑ์ใส่น้ำ
ค.  บรรจุภัณฑ์ใส่สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ    ง.  ถูกทั้งข้อ  ก และ ข้อ ข
7.ในยุคหินมนุษย์จะใช้บรรจุภัณฑ์ในจุดประสงค์ใด.
ก.  ห่อหุ้มสัตว์ที่ล่ามา   ข.  ห่อหุ้มอาหารที่ตากแห้งไว้บริโภคนานๆ
ค.  ห่อหุ้มผลิตภัณฑ์เพื่อนำไปจำหน่าย   ง.  ใช้ห่อหุ้มอาหารที่ถนอมแล้ว
8.การห่อหุ้มในข้อ  6  เพื่อจุดประสงค์ใด.
ก.  เพื่อป้องกันแมลง   ข.  เพื่อป้องกันแสงแดด   ค.  เพื่อป้องกันฝน  ง.  ถูกทุกข้อ
9.การห่อหุ้มบรรจุภัณฑ์ในยุคหินใช้วัสดุในข้อใด.
ก.  ใบไม้    ข.  เปลือกไม้    ค.  กระบอกไม้ไผ่  หนังสัตว์   ง.  ถูกทุกข้อ
10.ต่อมาหลังจากสมัยหินมนุษย์รู้จักการประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์ด้วยการดัดแปลง
คุณสมบัติทางกายภาพชองวัสดุธรรมชาติให้มีรูปร่างและหน้าที่ใช้สอยเพิ่มขึ้น
ข้อใดกล่าวถูกต้อง.
ก.  ใช้ใบไม้มาห่อหุ้มขนมอาหาร     ข.  นำไม้ไผ่มาจักเป้นตอกสานรูปทรงกระจาด
ค.  นำไม้ไผ่มาสานเป็นรูปทรง  ชะลอม  ตะกร้า   ง.  ถูกทุกข้อ
11.ในปัจจุบันนี้มีบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุในข้อใด.
ก.  กระดาษ   ข.  แผ่นโลหะ   ค.  แก้ว  พลาสติก    ง.  ถุกทุกข้อ
12.ข้อใดคือหน้าที่ของบรรจุภัณฑ์.
ก.  ปกป้องคุ้มครองสินค้า   ข.  อำนวยความสะดวกต่อการขนส่งการเคลื่อนย้าย
ค.  ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและผลิตภัณฑ์  ส่งเสริมการขายสินค้า เพิ่มมูลค่าของสินค้า
รณรงค์ในเรื่องต่างๆเช่นบรรจุภัณฑ์ต้องมีสัญลักษณ์ภาพฉลากข้อความโน้มน้าว
จิตใจให้ผู้ซื้อมีส่วนร่วมในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่อส่วนรวม      ง.  ถูกทุกข้อ
13.ข้อใดเกี่ยวกัผู้ซือต้องการมีส่วนร่วมในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่อประโยชน์ส่วนรวม
ก.  สัญลักษณ์รีไซเคิล   ข.  ฉลากเขียว  ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5
ค.  ข้อความกินของไทยใช้ของไทย  ข้อความเชิญชวนให้รักษาสิ่งแวดล้อม
ง.  ถูกทุกข้อ
14.ข้อใดต่อไปนี้เป็นบรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ.
ก.  บรรจุภัณฑ์ใสขนมจากใบตอง     ข.  บรรจุภัณฑ์ใส่ขนมจากใบเตย
ค.  บรรจุภัณฑ์จากการนำไม้ไผ่มาจักสานเป็นตะกร้า  ชะลอม   ง.  ถูกทุกข้อ
15.ผักตบชวา  ป่านศรนารายณ์ กก กล้วยเป็นวัสดุธรรมชาติประเภทใด.
ก.  วัสดุธรรมชาติประเภทเส้นใย   ข.  วัสดุธรรมชาติที่แปรรูปเป็นแผ่นรูปทรงต่างๆ
ค.  วัสดุธรรมชาติประเภทไม้    ง.  ถูกทั้งข้อ  ก  และ  ข
16.รีไซเคิลเป็นการแปรรูปของใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่มีกระบวนการ 4 ข้้นตอนคือ.
ก.  การเก็บรวบรวม  ข.  การแยกประเภทวัสดุอุปกรณ์แต่ละชนิดออกจากกัน
ค.  การผลิตและปรับปรุง  การนำมาใช้ประโยชน์ในขั้นตอนการผลิตหรือปรับปรุง
ง.  ถูกทุกข้อ
17.ฉลากเขียวหมายถึงข้อใด.
ก.  เป็นเครื่องหมายที่แสดงว่าอาหารและเครื่องดื่มได้รับมาตรฐานจาก อย.
ข.  เครื่องหมายรับรองร้านอาหารปลอดภัยอาหารสะอาดรสชาติอร่อย
ค.  ฉลากที่บ่งบอกระดับการใช้ไฟฟ้าและข้อมูลเบื้องต้นต่างๆของเครื่องใช้ไฟฟ้า
โดยระดับความประหยัดจะมีตั้งแต่เบอร์ 1 ถึง เบอร์ 5 เบอร์ 5 ประหยัดมากที่สุด
ง.  เครื่องหมายที่แสดงว่าสินค้าหรือผลิตภัณฑ์น้ันไม่ปล่อยสารเคมีหรือสารพิษ
ออกสู่สิ่งแวดล้อมในระหว่างกระบวนการผลิตช่วยประหยัดพลังงานและทรัพยากร
ในระหว่างการผลิตการขนส่งและการใช้งานตลอดจนกำจัดได้ง่าย
18.ฉลากประหยัดไฟเเบอร์ 5 หมายถึงข้อใด.
(ใช้ตัวเลือกข้อ  17) เฉลยข้อ  ค
19.ข้อใดคือประโยชน์ของการเลือกใช้วัสดุที่มีในท้องถิ่น.
ก.  เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม   ข.  ประหยัดค่าใช้จ่าย
ค.  ลดปริมาณขยะและสลายได้ตามธรรมชาติ   ง.  ถูกทุกข้อ
20.วัสดุที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์มี  3  ประเภทคือ.
ก.  วัสดุธรรมชาติประเภทเส้นใย    ข.  วัสดุธรรมชาติที่แปรรูปเป็นแผ่นและรูปทรงต่างๆ
ค.  วัสดุธรรมชาติประเภทไม้   ง.  ถูกทุกข้อ
21.เตยปาหนันเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าลำเจียกพบมากในภาคใด.
ก.  ภาคเหนือ   ข.  ภาคใต้     ค.   ภาคกลาง   ง.  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
22.ประเทศใดเป็นถิ่นกำเนิดของผักตบชวา.
ก.  เม็กซิโก  ข.  บราซิล    ค.  อาเจนตินา   ง.  ถูกทั้งข้อ ก และ ข้อ ข
23.วัสดุธรรมชาติประเภทเส้นใยก่อนนำมาใช้ต้องตากกให้แห้ง ฟอกขาว อบกำมะถัน
การอบบกำมะถันมีจุดประสงค์ใในข้อใด.
ก.  เพื่อแมลงไม่กิน   ข  เพื่อให้เหนียว   ค.  ป้องกันเชื้อรา   ง. ถูกทุกข้อ
24.กระดาษจัดอยู่ในวัสดุธรรมชาติประเภทใด. (ใช้ตัวเลือกข้อ 20 ) เฉลยข้อ ข
25.โครงสร้างของบรรจุภัณฑ์โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 3 ชั้นคือ.
ก.  บรรจุภัณฑ์ชั้นใน   ข.  บรรจุภัณฑ์ชั้นที่ 2  ค.บรรจุภัณฑ์ชั้นนอก  ง.  ถูกทุกข้อ
26.ถ้านักเรียนต้องการทำบรรจุภัณฑ์ที่รณรงค์ให้รักษาสิ่งแวดล้อมควรเลือกใช้
บรรจุภัณฑ์สีอะไร. เฉลยสีเขียว
27.บรรจุภัณฑ์อยู่ชิดกับสินค้าหมายถึงชั้นใด.(ตัวเลือกข้อ 25)เฉลยข้อ  ก
28.การออกแบบบรรจุภัณฑ์ธรรมชาติต้องออกแบบ 2 ส่วนคือข้อใด.
ก.  การออกแบบโครงสร้างบรรจุภัณฑ์ทั้ง 3 ชั้น
ข.  การออกแบบกราฟิกหรือภาพบนบรรจุภัณฑ์
ค.  การออกแบบคุณภาพและราคาของบรรจุภัณฑ์
ง.  ถูกทั้งข้อ  ก และ ข้อ ข
29.ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์จากธรรมชาติต้องคำนึงถึงข้อใด.
ก.  บรรจุภัณฑ์ควมีเอกลักษณ์โดดเด่นสื่อความหมายได้
ข.  บรรจุภัณฑ์ควรสะดวกต่อการใช้งานและแข็งแรงทนทาน
ค.  บรรจุภัณฑ์ควรเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ง.  ถูกทุกข้อ
30.บรรจุภัณฑ์ที่สื่อความหมายได้โดยต้องใช้ข้อใด.
ก.  ความคิดสร้างสรรค์     ข.  ความรุ้ทางศิลป    ค.  ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์
ง.  ถูกทั้งข้อ ก และ ข้อ ข
31.กระดาษเป็นว้สดุที่นิยมนำมาใช้ประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์มากที่สุดเพราะเหตุผลใด.
ก.  ตัดและพับได้ง่าย   ข.  มีความคงรูป  น้ำหนักเบา  พิมพ์สีสันได้สวยงาม
ค.  ออกแบบเป็นหีบห่อได้หลายรูปแบบ  ราคาถูกแปรรูปกลับมาใช้ใหม่ได้
ทำลายได้ง่าย ปรับปรุงคุณภาพให้เหมาะสมกับการใช้งานได้หลายรูปแบบเช่น
การเคลือบพลาสติกเคลือบไขเพื่อป้องกันความชื้น  ง.  ถุกทุกข้อ
32.นักเรียนคิดว่าการประกบกระดาษกับแผ่นฟิล์ม พลาสติก แผ่นเปลวอลูมิเนียม
เพื่อจุดประสงค์ในข้อใด.
ก.  ป้องกันความชื้น  ข.  ป้องกันความร้อน  ค.  ป้องกันเชื้อโรค
ง.  ป้องกันการซึมผ่านของไอน้ำ อากาศและกลิ่น   เฉลยข้อ  ง
33.กระดาษ์คราฟต์หรือกระดาษเหนียวสีน้ำตาลนิยมนำมาประดิษฐ์เป็น
บรรจุภัณฑ์ในข้อใดบ้าง.
ก.  ถุงกระดาษที่มีความเหนียวหลายชั้น  ข.  แปรรูปเป็นกระดาษลูกฟูกทำกล่อง
ค.  กล่องไม้ใส่ของ และกล่องกระดาษแข็ง   ง.  ถูกทั้งข้อ  ก และ ข้อ ข
34.บรรจุภัณฑ์ประเภทถุงกระดาษแลละกล่องกระดาษลูกฟูกนอกจากจะใช้
บรรจุภัณฑ์ยังให้ประโยชน์ในข้อใด.
ก.  ใช้เป็นสื่อโฆษณาชื่อผลิตภัณฑ์ ชื่อผู้ผลิต
35.กระดาษที่นิยมนำมาบรรจุภัณฑ์มี 2 ประเภทคือ กระดาษคราฟต์และกระดาษแข็ง
36.บรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่งเช่นกล่องใส่ขนมอบ สุรา เบียร์ เครื่องปปั้นดินเผา
แก้วนิยมทำมาจากวัสดุธรรมชาติชนิดใด.
ก.  กระดาษเหนียวสีน้ำตาล   ข.  กระดาษแข็ง  ค.  ไม้ไผ่ชนิดต่างๆ
ง.  วัสดุธรรมชาติประเภทไม้   เฉลย  ข้อ ง
37.การนำไม้ไผ่มาทำเป็นเส้นเล็ก ๆ แล้วสานขึ้นรูปเป็นชะลอมเส้นเล็กๆเรียกว่า.
ก.  ตอก   ข.  สาน    ค.  เส้นใยไม้ไผ่    ง.  ตะกร้า
38.บรรจุภัณฑ์น้ำผลไม้ที่มีภาพพิมพ์แสดงถึงผลไม้ที่นำมาผลิตเป็นน้ำผลไม้
สื่อให้เห็นถึงข้อใด.
ก.  ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ด้านในรสชาติอร่อย   ข.  ผลิตภัณฑ์ที่ราคาถูกมีคุณภาพ
ค.  สื่อให้เห็นความสดและน่าดื่ม    ง.  ผลิตภัณฑ์ด้านในมีลักษณะเป็นน้ำ
39.บรรจุภัณฑ์สำหรับใส่ดินสอทำจากกระดาษแข็งมีโครงสร้างสมส่วน
รุปทรงกระทัดรัดสะดวกต่อการเรียงซ้อนกันสะดวกต่อการขนส่งเป็นการออกแบบ
ที่คำนึงถึงข้อใด. (ตัวเลือกข้อ 29) เฉลยข้อ  ข.
40.บรรจุภัณฑ์ควรเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหมายถึงข้อใด.
ก.  ย่อยสลายได้ง่่าย ทำลายได้ง่าย   ข.  ไม่ก่อให้เกิดปัญหาขยะมูลฝอย
ค.  ไม่ก่อใหห้เกิดมลพิษ   ง.  ถูกทุกข้อ
41.นักเรียนมีแนวทางในการสร้างบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
สามารถปฏิบัติได้ในข้อใด.
ก.  ใช้วัสดุะรรมชาติในการประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์เพราะย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ
ข.  ลดส่วนประกอบที่เกินความจำเป้นในการบรรจุภัณฑ์เช่นไม่ควรบรรจุหลายชั้น
ลดการใช้โบ เชือก ป้ายห้อย
ค.  ลดความหนาและความสูงของบรรจุภัณฑ์ออกแบบโครงสร้างใช้วัสดุน้อยที่สุด
ง.  ถูกทุกข้อ
42.การใช้และประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์จากธรรมชาติเป็นการแสดงถึงการมีจิตสาธารณ
เพราะเหตุผลใด.
ก.  เพราะช่วยลดปัญหาขยะ   ข.  ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
ค.  เพราะช่วยลดค่าาใช้จ่าย   ง.  ถูกทั้งข้อ  ก และ  ข

43.บรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษแข็งพับได้ผลิตจากกระดาษแข็งหน้าเดียวนิยม
บรรจุภัณฑ์ในข้อใด.
ก.  ขนมเค็ก  ขนมชั้น   ข.  ขนมหม้อแกง  ค.  ข้าวสาร   ง.  ถูกทั้งข้อ ก และ ข

ใช้ตอบคำถามข้อ  44
1.ออกแบบบรรจุภัณฑ์แบบกล่องพับได้โดยร่างภาพ 3 มิติ
2.ร่างภาพโครงสร้างบรรจุภัณฑ์แบบกล่องพับได้ตามที่ออกแบบไว้ลงบนกระดาษ
3.กำหนดขนาดของกล่องกว้างXยาวXสูงที่จะสามารถบรรจุสินค้าได้ทำเป็นสัดส่วนจริง
4.ใช้กรรไกรหรือคัตเตอร์ตัดกระดาาตามรูปแบบที่ร่างไว้ใช้คัดเตอร์กรีดรอยพับ
5.พับกระดาษตามรอยที่กรีดจัดรูปทรงให้สวยงาม
6.วัดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางช่องบนฝากล่องแล้วตัดพลาสติกให้มีขนาดใหญ่กว่า
เส้นรอบวงประมาณ  1  นิ้ว

44.ให้นักเรียนเรียงลำดับขั้นตอนการประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษแข็งพับได้

เฉลย   1  2  3  4  5  6

 

 

แบบทดสอบกลางภาครายวิชา การงานอาชีพและเทคโนโลยี 5 ง 23105 ม. 3

คำสั่ง  นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  ทุกห้องเรียนที่เรียนรายวิชาการงาน 5
รหัสวิชา   ง 23105
        1.สอบกลางภาคทุกห้องเรียนในสัปดาห์ที่  11
        2.ข้อสอบกลางภาค หน่วยการเรียนรู้ที่  1 – 3
             2.1  หน่วยการเรียนรู้ที่  1  เรื่องการดูแลเสื้อผ้ามีข้อสอบ  20  ข้อ
                     และเรื่องอาหารสำรับภาคต่าง ๆ มีข้อสอบจำนวน  12  ข้อ

             2.2  หน่วยการเรียนรู้ที่  2 เรื่องการขยายพันธุ์พืชมีข้อสอบ  16  ข้อ
             2.3  หน่วยการเรียนรู้ที่  3 เรื่องการประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ
                      มีข้อสอบจำนวน  12  ข้อ
                     รวมจำนวนข้อสอบทั้งหมด   60  ข้อคะแนนสอบกลางภาค  15  คะแนน
การเตรียมตัวสอบกลางภาค
        1.อ่านใบความรู้ทุกใบความรู้จาก  1-3
        2.อ่านความรู้เพิ่มเติมจากหนังสือการงานทุกสำนักพิมพ์
        3.ทบทวนแบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียนหน่วยการเรียนรู้ที่ 1 – 3
        4.ทบทวนข้อสอบประจำหน่วยทุกหน่วยการเรียนรู้(หน่วยที่ 1 – 3)
        5.ทบทวนกิจกรรม  แบบฝึกโดย
                      พิมพ์  goole ตามด้วยกิจกรรมที่ต้องการ เรื่อง  หน่วยการเรียนรู้
และตามด้วย  krupaga
หรือถ้านักเรียนต้องการข้อสอบ  แบบทดสอบ  ในแต่ละหน่วยการเรียนรู้จะมีข้อสอบ
2  ชุดให้นักเรียนค้นหาเหมือนกับกิจกรรม
       6.ในการทบทวนทำได้  2  วิธี
            6.1นักเรียนทบทวนในเว็บไซต์  krupaga
            6.2 ลอกใส่กระดาษเอ 4 
                                          ขอให้โชคดีทุกคน
                                                  krupaga

 

แบบทดสอบหน่วยที่ 2 เรื่องการขยายพันธุ์พืช ง 23105 ม. 3

คำสั่งให้นักเรียนทำเครื่องหมายกากบาท (X) ทับข้อที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว
1.มนุษย์รู้จักการขยายพันธุ์พืชวิธีแรกคือข้อใด.
ก.  การเพาะเมล็ด   ข.  การทาบกิ่ง    ค.   การติดตา   ง.  การตอนกิ่ง
2.ข้อใดคือวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการขยายพันธุ์พืช.
ก.  วิชาพฤษศาสคร์   ข.  วิชาฮอร์โมนศาสตร์
ค.  วิชาพันธุศาสตร์    ง.   ถูกทุกข้อ
3.การขยายพันธุ์พืชหมายถึงข้อใด.
ก.  วิธีการที่ทำให้ต้นพืชมีจำนวนเพิ่มขึ้นเพื่อดำรงสายพันธุ์ของพืช
ชนิดต่างๆไม่ให้สูญพันธุ์
ข.  วิธีการเพาะเมล็ดพันธุ์ใหม่ ๆที่ไม่มีในท้องถิ่นแต่นำมาจากท้องถิ่นอื่น
ค.  วิธีการขยายพันธุ์พืชโดยการเพาะพันธุ์เมล็ด  การทาบกิ่ง
การตอนกิ่งและการติดตา
ง.  วิธีการคัดเลือกพันธุ์พืชที่ดีมาปลูกและแบบแบ่งแยกที่ไม่ต้องอาศัยเพศ
โดยทำพืชต้นเดิมให้เกิดราก
4.ของใดคือความสำคัญของการขยายพันธุ์พืช.
ก.  มีความสำคัญต่อมนุษย์เพราะการเพิ่มจำนวนของต้นไม้เป็นการเพิ่มอาหาร
เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย  ยารักษาโรค
ข.  ความสำคัญต่อต้นพืขสามารถดำรงพันธุ์ที่ดีไว้ได้เกิดพันธุ์พืชใหม่ๆ
ค.  ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมการเพิ่มจำนวนของต้นพืชให้เกิดความร่มรื่น
เพิ่มออกซิเจนในอากาศเมื่อขยายพันธุ์แล้วนำไปปลูกเพิ่ม
ง.  ถูกทุกข้อ
5.  การขยายพันธุ์พืชแบบออกได้  2  ประเภทคือข้อใด.
ก.  การขยายพันธุ์พืชแบบอาสัยเพศ   ข.  การขยายพันธุ์พืชแบบไม่อาศัยเพศ
ค.  การขยายพันธุ์พืชแบบตอนกิ่งและทาบกิ่ง  ง.  ถุกทั้งข้อ  ก และ  ข
6.การขยายพันธุ์โดยการผสมเกสรเพื่อให้เกิดเป็นเมล็ดและนำเมล็ดไปเพาะให้เกิด
ต้นใหม่หมายถึงข้อใด.( ใช้ตัวเลือกข้อ 5)
7.การขยายพันธุ์ในข้อ 6 นิยมขยายพันธุ์พืชจำพวกใด.
ก.  ผัก  ข.  พืชไร่  ค.  ไม้ดอก  ไม้ประดับ   ง.  ถูกทุกข้อ
8.ข้อใดไม่ใช่หลักของการขยายพันธุ์พืชให้ประสบผลสำเร็จ
ก.  ผู้ทำการขยายพันธุ์ต้องมีความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างภายในต้นพืช
ลักษณะการเจริญเติบโต การใช้วัสดุอุปกรณ์เครื่องมือในการขยายพันธุ์
รวมทั้งเทคนิคและวิธีการขยายพันธุ์
ข.  ผู้ทำการขยายพันธุ์พืขต้องหมั่นฝึกฝนและขยายพันธุ์พืชโดยใช้เทคนิค
วิธีการต่างๆหลายๆครั้งจนเกิดความชำนาญ
ค.  ผุ้ทำการขยายพันธุ์พืชต้องเฝ้าสังเกต  ติดตม  ดูแลและควบคุมการเจริญเติบโต
ของต้นพืชที่ขยายพันธุ์ไว้เพื่อให้เกิดเป็นต้นใหม่ที่สมบูรณ์พร้อมที่จะนำไปปลูก
ง. ผู้ทำการขยายพันธุ์พืชต้องติดตามข่าวสารการเกษตรเพื่อจะทันต่อเหตุการณ์
ปัจจุบันเกี่ยวกับการขยายพันธุ์พืช
9.ข้อใดคือวัสดุอุปกรณ์ในการขยายพันธุ์พืช.
ก.  ทรายหยาบ ขี้เถ้าแกลบ  ข.  ขุยมะพร้าว  ปุ๋ยคอก  ปุ๋ยหมัก
ค.  ดินร่วน  ปูนแดง  ฮอร์โมนเร่งราก สมุนไพรป้องกันแมลง กระบะเพาะชำ
ถุงงพลาสติก พลาสติกพันกิ่ง     ง.  ถูกทุกข้อ
10.ข้อใดคือเครื่องมือที่ใช้ขยายพันธุ์พืช.
ก.  กรรไกรตัดกิ่ง  ข.  มีดตอนกิ่ง   ค.  เลื่อยตัดกิ่ง   ง.  ถูกทุกข้อ
11.ใช้สำรับตัดกิ่งไม้ขนาดเล็กตัดกิ่งพืชไปปักชำตัดกิ่งตอนที่ออกรากแล้ว
กิ่งพืชที่ตัดจะไม่ช้ำหมายถึงข้อใด.(ใช้ตัวเลือกข้อ  10) เฉลยข้อ  ก
12.ใช้ประโยชน์สำหรับกรีดเปลี่ยนต้นตอเฉือนเหมือนแผ่นตาเฉือนกิ่งและเตรียม
แผลต่างๆบนต้นตอหมายถึงข้อใด.  เฉลยข้อ  ข
ใช้ตอบข้อ  13
1.ทำแผลบนกิ่งโดยควั่นกิ่งทั้งด้านบนและด้านล่างลอกเอาเปลือกออกแล้วขูด
เนื้อเยื่อเจริญที่เป็นเมือกลื่นๆออก
2.เลือกกิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อนที่สมบูรณ์หรืออายุไม่เกิน  1  ปี ใบงามไม่มีโรค
หรือแมลงทำลายโดยปกติมักจะเลือกกิ่งกระโดงตั้งหรือกระโดงรีบ
3.ทาฮอร์โมนเร่งรากบริเวณรอยแผลบนกิ่งตอนจะช่วยให้กิ่งพืช
ออกรากเร็วมีรากมากและเจริญเร็วขึ้น
4.เมื่อกิ่งตอนมีรากงอกแทงผ่านขุยมะพร้าวและเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง
สีน้ำตาลปลายรากมีสีขาวและมีจำนวนมากให้ตัดกิ่งไปชำในภาชนะ กระถาง
5.หุ้มกิ่งตอนโดยนำตุ้มตอนซึ่งเป็นขุยมะพร้าวที่แช่น้ำแล้วบีบหมาดๆอัดลง
ในถุงพลาสติกผูกปากถุงให้แน่นมัดด้วยเชือกทั้งบนและล่างรอยแผล
หลังตอนกิ่ง  3-5 วันจะต้องรดน้ำตุ้มตอนแล้วหุ้มพลาสติกให้มิดถ้ามีมด
เจาะผ้าถุงพลาสติกทำให้ตุ้มตอนแห้งให้ใช้เข็มฉีดยาฉีดน้ำเข้าไปในตุ้มตอน
5-7 วัน/คร้งจนกว่ารากจะออก
13.ให้นักเรียนเรียงลำดับการขยายพันธุ์โดยวิธีการตอนจากก่อนไปหลังตามลำดับ.
ก.  1  2  3  4  5    ข.  2  1  3   4  5    ค.  1   2  5  3  4     ง.  2  1   3  5  4
14.ในการทำแผลบนกิ่งตอนควั่นกิ่งทั้งบนและล่างออกเปลือกออกแล้ว
ขูดเนื้อเยื่อเจริญที่เป็นเมือกลื่นออกเพื่อจุดประสงค์ในข้อใด.
ก.  เพื่อให้น้ำและอาหารได้สะดวก   ข.  เพื่อรากจะได้ออกเร็วกว่าปกติ
ค.  เพื่อตัดทางลำเลียงอาหารของพืช  ง.  เพื่อความสะดวกในการฉีดน้ำเข้าตุ้มตอน
15.ถ้ามีมดเจาะผ้าพลาสติกทำให้ตุ้มตอนแห้งนักเรียนมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไร.
ก.  ทำการขยายพันธุ์ด้วยการตอนใหม่   ข.  ผูกปากถุงทั้งด้านบนและล่างให้แน่น
ค.  ใช้ยาฆ่าแมลงฉีดเข้าไปในตุ้มตอน   ง.  ใช้เข็มฉีดยาฉีดน้ำเข้าไปในตุ้มตอน
5-7 วัน/ครั้งจนกว่จะออกราก  เฉลยข้อ  ง
16.นักเรียนจะตัดกิ่งตอนปักชำในถุง กระถาง  ภาชนะเมื่อใด.
ก.  รากเปลียนเป็็นสีเหลือง   ข.  รากเปลียนเป็นสีน้ำตาล
ค.  รากเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลปลายรากสีขาว   ง.  ถุกทุกข้อ
17.การทาบกิ่งคือข้อใด.
ก.  การทำแผลบนกิ่งลอกเปลือกออกแล้วขูดเนื้อเยื่อที่เจริญเติบโตออก
ข.  การนำต้นพืช  2 ต้นที่มีระบบรากมาเชื่อมต่อกิ่งกันซึ่งเป็นต้นพันธุ์เดียวกัน
โดยต้นตอที่นำมาจะทำหน้าที่เป็นระบบรากอาหารให้กับต้นพันธุ์ดีเมื่อดกิด
การประสานของตัวกิ่งทั้งสองจึงตัดรากของต้นหนึ่งออกเหลือเป็นต้นใหญ่
มีระบบรากของอีกพันธุ์หนึ่ง
ค.การนำแผ่นตาจากกิ่งพันธุ์ดีไปติดบนต้นตอเพื่อเชื่อมประสานส่วนของต้นพืช
ด้วยกันให้เจริยญเป็นต้นพืชต้นเดียวกัน
ง.  การเชื่อมประสานเนื้อเยื่อของต้นพืช  2 ต้นเข้าด้วยกันเพื่อให้เจริญเติบโตเป็นต้นเดียวกัน
จ.  การนำส่วนต่างๆของพันธุ์ดีเช่น ลำต้น กิ่ง ใบ ราก มาตัดปักชำในวัสดุเพาะชำ
เพื่ให้ได้พืชต้นใหม่จากส่วนที่นำมาปักชำ.
18.การติดตาหมายถึงข้อใด. (ใช้ตัวเลือกข้อ  17) เฉลยข้อ  ค
19.การเสียบยอดหมายถึงข้อใด. (ใช้ตัวเลือกข้อ  17)  เฉลยข้อ   ง
20.การตัดชำหมายถึงข้อใด. (ใช้ตัวเลือกข้อ  17)  เฉลยข้อ  จ
21.มีลักษณะเป็นของเหลวสีน้ำตาลดำมีกลิ่นอมเปรี้ยวอมหวานไม่เป็นอันตราย
ต่อสิ่งมีชีวิตทั้งคน สัตว์ พืชและแมลงที่เป็นประโบชน์ในการกำจดวัชพืชและแมลง
ศัตรูพืชหมายถึงข้อใด.
ก.  ยาฆ่าแมลง  ข.  น้ำจุลินทรีย์  EM  คงปุ๋ยชีวภาพสูตรเพิ่มใบ  ง.  น้ำหมักชีวภาพ

 

 

แบบทดสอบผลการเรียนรู้ที่คาดหวังที่ 1-4 รายวิชาการประกอบอาหาร ง 21221

คำสั่ง  ให้นักเรียนทำเครื่องหมายกากบาท (X) ทับข้อที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว
1.อาหารพื้นบ้านหมายถึงข้อใด.
ก.  อาหารที่รับประทานเข้าสู่ร่างกาย
ข.  อาหารประจำของชนชาติไทยมีมาตั้งแต่อดีต
ค.  อาหารที่เป็นเอกลักษณ์วัฒนธรรมประจำของชนชาติไทย
ง.  อาหารที่นิยมรับประทานกันเฉพาะท้องถิ่นซึ่งเป็นอาหารที่ทำขึ้นได้ง่าย,
2.ถ้านักเรียนต้องการศึกษาเรื่องการกำเนิดอาหารไทยสมัยสุโขทัย
ศึกษาจากวรรณคดีเรื่องใด.
ก.  ขุนช้างขุนแผน    ข.  ไตรภูมิพระร่วง
ค.  แม่ครัวห้วป่ก์        ง.  กาพย์เห่เรือชมเครื่องคาวหวาน
3.ผักที่กล่าวถึงในศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงในสมัยสุโขทัย
ได้แก่ผักชนิดใดบ้าง.
ก.  บวบ  แฝง  แตง       ข.  ฟัก  แฟง  น้ำเต้า
ค.  แฟง  แตง  น้ำเต้า    ง.  น้ำเต้า  บวบ  แฟง
4.อาหารของต่างช่าติเริ่มเข้ามาในประเทศไทยครั้งแรกในสมัยใด.
ก.  สมัยสุโขทัย    ข.  สมัยอยุธยา    ค.  สมัยธนบุรี   ง.  สมัยกรุงรัตนโกสินทร์
5.อาหารในสมัยกรุงธนบุรีคล้ายคลึงกับสมัยอยุธยาแต่มีอาหารพิเศษ
เพิ่มเติมคืออาหารที่ได้มาจากชาติใด.
ก.  จีน    ข.  โปรตุเกส   ค.  ญี่ปุ่น   ง.  ฝรั่งเศส
6.อาหารว่างมีขึ้นครั้งแรกในสมัยใด.
ก.  สุโขทัย   ข.  อยุธยา    ค.  สมัยธนบุรี    ง.  สมัยรัตนโกสินทร์
7.วรรณคดีที่สะท้อนวิถีชีวิตของคนในสมัยนั้น(สมัยตามข้อ  36)เป็นอย่างมาก
รวมทั้งเรื่องอาหารการกินของชาวบ้านได้แก่วรรณคดีเรื่องใด.
ก.  พระราชนิพนธ์เรื่องไกลบ้าน   ข.  ขุนช้างขุนแผน
ค.  ไตรภุมิพระร่วง    ง.  กาพย์แห่เรือชมเครื่องคาวหวาน
8.อาหารจานเดียวเกิดขึ้นในสมัยใด.
ก.  สมัยอยุธยา    ข.  สมัยธนบุรี
ค.  สมัยรัตนโกสินทร์  ยุคที่  1  ง.  สมัยรัตนโกสินทร์  ยุคที่  2
9.ข้อใดคืออาหารหลักหมู่ที่  1.
ก.  ผลไม้ 5  สี    ข.  ไขมันจากพืชและสัตว์
ค.  ผักสีเขียวและสีเหลือง   ง.  เนื้อ  นม  ไข่  รวมทั้งถั่วเมล็ดแห้ง
10.อาหารหลักหมู่ที่  1 ให้สารอาหารใด.
ก.  โปรตีน  ข.  ไขมัน   ค.  วิตามีน   ง.  คาร์โบไฮเดรต
11.อาหารหลักหมู่ใดที่ให้สารอาหารเหมือนกัน.
ก.  หมุ่ที่ 1  และ  หมู่ที่  2     ข.  หมู่ที่  2  และ หมู่ที่  3
ค.  หมู่ที่  3  และ  หมู่ที่  4    ง    หมู่ที่  4 และ หมู่ที่  5
12.ข้าว  ก๋วยเตี๋ยว  น้ำตาล จัดอยู่ในอาหารหลักหมู่ใด.
ก.  หมู่ที่  1   ข.  หมู่ที่  2   ค.  หมู่ที่  3   ง.  หมู่ที่  4  และ หมู่ที่ 5
13.น้ำมันพืช เนยจัดเป้นอาหารหลักหมู่เดียวกันข้อใด.
ก.  ถั่ว    ข.  เนย   ค.  น้ำตาล    ง.  ผักสีเขียวต่าง ๆ
14.ข้อใดไม่ใช่อาหารพวกเดียวกัน.
ก.  ข้าว  มันสำปะหลัง   ข.  น้ำตาลทราย  น้ำผึ้ง
ค.  นม  โปรตีนเกษตร   ง.  ถั่วเหลือง  ถั่วฝักยาว
15.ข้อใดจัดว่าเป็นอาหารที่มีโปรตีนมากที่สุด.
ก.  ก๋วยเตี๋ยวไก่    ข.  เย็นตาโฟ   ค.  สุกี้ยากี้   ง.  เกาเหลา
16.ฟักทองจัดอยู่ในอาหารหลักหมู่ใด.
ก.  หมู่ที่  4   ข.  หมู่ที่  3   ค.  หมู่ที่  2   ง.  หมู่ที่  1
17.อาหารหมายถึงอะไร.
ก.  สิ่งที่บริโภคเข้าสู่ร่างกาย   ข.  สิ่งที่บริโภคแล้วทำให้อิ่ม
ค.  สิ่งที่บริโภคแล้วไม่ขัดขวางต่อระบบการย่อย
ง.  สิ่งที่บริโภคแแล้วทำให้ร่างกายเจริญเติบโตและซ่อมแวมส่วนที่สึกหรอ
18.คำว่าโภชนาการหมายถึงอะไร.
ก.  การเลือกบริโภคอาหารที่มีประโยชน์  ข.  การเปลี่ยนแปลงของอาหารในขณะหุงต้ม
ค.  การเปลี่ยนแปลงของอาหารภายหลังการบริโภค  
ง.  การประกอบ  การปรุง  และการทำอาหารให้สุก
19.อาหารและโภชนาการมีความสำคัญต่อสุขภาพอย่างไร.
ก.  ทำให้ร่างกายมีความเจริญเติบโต  ข.  ทำให้ร่างกายมีภาวะโภชนาการดี
ค.  ทำให้ร่างกายมีความต้านทานโรค  ง.  ทำให้ร่างกายไม่เจ็บป่วย
20.ผู้ที่มีภาวะโภชนาการดีมีลักษณะอย่างไร.
ก.  มีความสนใจต่อสิ่งแวดล้อมดี    ข.  มีไขมันสะสมใต้ผิวหนังน้อย
ค.  ตาใส  พื้นลูกตามีจุด                   ง.  เยื่อบุนัยน์ตาแดง
21.สุขภาพหมายถึงข้อใด.
ก.  ความต้องการสารอาหาร   ข.  สิ่งที่มนุษย์กิน  ดื่ม เข้าสู่ร่างกาย
ค.  สภาพของร่างกายและจิตใจอันเป็นผลเนื่องมาจากการรับประทานอาหาร
ซึ่งมีปริมาณเพียงพอกับความต้องการของร่างกายมีสารอาหารครบ  5  หมู่
ง.  สภาวะที่สมบูรณ์ของร่างกายและจิตใจที่ปราศจากโรคและสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคม
ได้อย่างมีความสุข
22.ข้อใดจัดเป็นอาหารราคาถุกแต่คุณค่าสูง.
ก.  แกงเผ็ดเป็ดย่าง   ข.  ผัดเห็ดฟางใส่กุ้ง
ค.  ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม   ง.  แกงเลียงผักขมผสมฟักทอง
23.ภาวะโภชนาการที่ดีหมายถึงข้อใด. (ใช้ตัวเลือกข้อ  21)
24.ภาวะโภชนาการไม่ดีหมายถึงข้อใด.
ก.  สภาพร่างกายไม่ดีอันเป็นผลมาจากการกินไม่ดี
ข.  สภาพร่างกายดีซึ่งเป็นผลมาจากการการรับประทานอาหารที่ดีครบ  5  หมู่
ค.  ความต้องการสารอาหารการเปลี่ยนแปลงของอาหารในร่างกายและ
ร่างกายนำสารอาหารไปใช้อะไรบ้าง
ง.  สิ่งที่มนุษย์กินเข้าไปในร่างกายไม่มีพิษ
25.อาหารประเภทใดที่นักเรียนควรบริโภคอย่างน้อยสัปดาห์ละ  1- 2  ครั้ง.
ก.  ไข่    ข.  น้ำมันพืช     ค.  เครื่องในสัตว์    ง.  อาหารทะเล
26.ข้อใดจัดเป็นอาหารราคาแพงและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง.
ก.  ผัดเผ็ดเนื้อ   ข.  ปลาดุกทอด   ค.  แกงเผ็ดเป็ดย่าง  
ง.  ข้าวสวยหุงกับถั่วเหลือง
27.ในการเลือกซื้ออาหารควรคำนึงถึงข้อใดบ้าง.
ก.  ความสะอาดของอาหาร    ข.  ความสดของอาหาร
ค.  คุณค่าทางโภชนาการ        ง.  ถูกทุกข้อ
28.การซื้ออาหารที่มีในท้องถิ่นดีอย่างไร.
ก.  ได้อาหารสดใหม่  ข.  ประหย้ดเวลา
ค.  มีให้เลือกมาก   ง.  มีคุณค่าทางโภชนาการสูง
29.ข้อใดไม่ใช่เหตุผลของการเลือกซื้ออาหารตามฤดูกาล.
ก.  ราคาถูก   ข.  มีให้เลือกมาก
ค.  ได้อาหารสดใหม่  ง.  คุณค่าทางโภชนาการต่ำ
30.เนื้อหมูที่ดีมีลักษณะอย่างไร.
ก.  เนื้อสีแดง  มัหนา  หนังบาง   ข.  เนื้อสีชมพู  มันสีขาว
ค.  เนื้อสีชมพู  มันสีเหลือง    ง.  เนื้อสีแดง  มันสีขาวอมชมพู
31.เนื้อวัวที่ดีมีลักษณะอย่างไร.
ก.  เนื้อสีแดง  มันสีเหลือง   ข.  เนื้อสีชมพู  มันสีขาว
ค.  เนื้อสีแดง  มันสีขาว     ง.  เนื้อสีแดง  มันสีขาวหนา  หนังบาง
32.ถ้านักเรียนต้องการซื้อเป็ดหรือไก่อ้วน ๆ มีวิธีพิจารณาอย่างไร.
ก.  มีน้ำหนัก  หนังบาง   ข.  หนังตึง  เนื้อมีกล้าม
ค.  ตีนนุ่ม  เดือยสั้น       ง.  มีเนื้อตรงหน้าอก  ขาไม่ผอม
33.ปลาชนิดใดที่ต้องเลือกวื้อผิวสีเขียวเหลืองดูคล้ายสีรุ้ง.
ก.  ปลาทู  ข.  ปลาดุก  ค.  ปลาซ่อน    ง.  ปลาสวาย
34.นักเรียนมีวิธีการเลือกซื้อกุ้งสดอย่างไร.
ก.  มีไข่เต็มท้อง   ข.  มันที่หัวสีน้ำตาล
ค.  ตาใส  เนื้อแข็ง  เปลือกแข็ง   ง.  เปลือกนิ่ม  เนื้อนิ่ม  ตาใส
35.ไข่ไก่เก่ามีลักาณะอย่างไร.
ก.  เปลือกเป็นมัน  ข.  เปลือกใส   ค.  เปลือกมีสีนวล  ง.  ไข่แดงอยู่ตรงกลาง
36.นักเรียนมีวิธีเลือกส้มเขียวหวานอย่างไร.
ก.  เลือกผลยาวรี  ผิวเหลืองนวล   ข.  เลือกเปลือกเขียวอมเหลืองอ่อน ก้านเล็ก  ยางสั้น
ค.  เลือกผลกลมสม่ำเสมอ  ไม่มีจุดเน่าเมื่อดีดจะดังโปะ ๆ
ง.  เลือกเปลือกบาง ๆ
37.นักเรียนมีวิธีการเลือกแตงโมอย่างไร.
(ใช้ตัวเลือกข้อ  36 )
38.ลักษณะของอาหารกระป๋องที่ดีเป็นอย่างไร.
ก.  บอกชนิดของโลหะที่นำมาประกอบ  ข.  เรียบทั้งฝาและก้น
ค.  เมื่อปิดกระป๋องมีลมดันออกมา   ง.  ภายในกระป๋องเป็นสีดำคล้ำ
39.ข้อใดคือประโยชน์ของห้องครัว.
ก.  ใช้เป็นที่พักผ่อน   ข.  ใช้ประกอบอาหาร
ค.  ใช้รับประทานอาหาร   ง.  ถูกทั้งข้อ  ข  และ  ค
40.ฟักทองที่ดีมีลักษณะอย่างไร.
ก.  สีเหลืองอมเขียว   ข.  สีเหลืองจัด   ค.  ผิวเรียบ   ง.  ปลาสวาย
เฉลยข้อ  ก.  สีเหลืองอมเขียว
41.

 

 

ใบความรู้ที่ 2 เรื่องความหมายและความสำคัญของอาหารและโภชนาการ ง 21221 ม. 1

                                                       ใบความรู้ที่ 2
                              เรื่องความหมายของอาหารและโภชนาการ
1.ความหมายของอาหารและโภขนาการ
1.1  อาหารหมายถึง  สิ่งที่มนุษย์กิน  ดื่มหรือรับเข้าร่างกายโดยไม่มีพิษแต่มีประโยชน์
แก่ร่างกายช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและทำให้กระบวนการต่างๆ ในร่างกายดำเนินไปอย่างปกติซึ่งรวมถีงน้ำด้วยอาหารแต่ละอย่างเมื่อนำมาวิเคราะห์ดูแล้วมีส่วนประกอบที่แตกต่างกันดังนั้นอาหารในชีวิตประจำวันของมนุษย์จึงจำเป็นต้องประกอบด้วยอาหารหลาย ๆ อย่างเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายครบถ้วนอาหารอาจเป็นได้ทั้งของแข็งของเหลว หรือก๊าซ เช่น  อากาศ  เลือด  น้ำเกลือ หรือยาฉีดที่แพทย์จัดให้ผู้ที่มีร่างกาย
ที่อยู่ในภาวะผิดปกติก็นับว่าเป็นอาหารด้วย
1.2  โภชนาการหมายถึง ความต้องการสารอาหาร การเปลี่ยนแปลงของอาหารในร่างกายและร่างกายเอาสารอาหารไปใช้อะไรบ้างตลอดจนการย่อยการดุดซึม
        ส่วนวิชาโภชนาการนั้เป็นวิทยาศาสตร์แขนงหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบการเปลี่ยนแปลงทั้งทางพสิกส์และทางเคมีของสารอาหารในร่างกายของสิ่งมีชีวิตรวมทั้งพัฒนาการของร่างกายอันเกิดจากกระบวนการที่สารอาหารไปหล่อเลี้ยงเซล  เนื้อเยื่อและควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆในร่างกาย นอกจากนี้วิชาโภชนาการยังครอบคุมถึงการปรับปรุงอาหารให้เหาะสมกับความต้องการของร่างกายที่นอกเหนือจากสภาพปกติ เช่น ในระยะที่มีการเจริญเติบโตหรือมีการเปลี่ยนแปลงทางสรีระวิทยา เช่นในระยะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
ดังนั้นจุดประสงค์ของวิชานี้คือเพื่อให้ร่างกายได้รับอาหารทีมีประโยชน์ในปริมาณ
ที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย
2.  ความสำคัญของอาหารและโภชนาการ
              สุขภาพหมายถึง สภาวะที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจที่ปราศจากโรค และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
       สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายของคนเราอาจเกิดจากการบริโภคอาหาร
ที่ไม่ถูกหลักโภชนาการซึ่งได้ทั้งการบริโภคอาหารที่น้อยหรือมากจนเกินไป  ดังนั้นเราจึงควรบริโภคอาหารในปริมาณที่เพียงพอและได้สัดส่วนพอเหมาะกับความต้องการของร่างกายรวมไปถึงการหุงต้มอาหารอย่างถูกวิธีและมีสารอาหารครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการ
และร่างกายก็สามารถนำสารอาหารไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการส่งเสริมสุขภาพอนามัย
ได้อย่างเต็มที่ซึ่งเรียกว่าโภขนาการดี
       
  2.1ภาวะโภชนาการที่ดี  คือสภาพร่างกายและจิตใจอันเป็นผลเนื่องมาจาก
การรับประทานอาหารซึ่งมีปริมาณเพียงพอกับความต้องการของร่างกายและมีอาหาร
ครบถ้วนจากทุกหมู่ มีสัดส่วนตามที่ร่างกายต้องการรวมถึงการที่ร่างกายสามารถใช้อาหารเหล่านั้นให้เป็นประโยชน์ต่อร่างกายได้อย่างเต็มที่ ผลก็คือทำให้ร่างกายแข็งแรง
ผิวพรรณดี  อารมณ์แจ่มใส  เล็บสีชมพู  ผมไม่แตกปลาย  สนใจต่อสิ่งแวดล้อม
ซึ่งลักษณะที่พูดถึงเป็นลักษณะที่แสดงถึงภาวะทางโภชนาการที่ดี
         2.2ภาวะโภชนาการที่ไม่ดีหรือทุพโภชนาการ คือสภาพร่างกายไม่ดีอันเป็นผล
มาจาก  กินไม่ดีหมายถึงรับประทานอาหารไม่ครบถ้วนตามความต้องการของร่างกาย
หรือครบทุกอย่างแต่มีสัดส่วนไม่ถุกต้องเช่น รับประทานข้าวมากแต่รับประทานพวก
เนื้อสัตว์น้อยและผักสีเขียวสีเหลืองน้อยจนเกินไปหรือไม่รับประทานเลยหรือการ
ที่ร่างกายใช้อาหารที่รับประทานเข้าไปแล้วทำให้ระบบย่อยการดุดซึมไม่ดีซึ่งมีผล
ทำให้ร่างกายไม่เจริญเติบโตและแข็งแรงเท่าที่ควร ทั้งยังให้ผิวพรรณซีดเซียวใบหน้า
ไม่เบิกบานแจ่มใส
         ฉะนั้นเราจึงควรรู้จักเลือกรับประทานอาหารให้ครบ  5  หมู่ ในปริมาณที่มากพอเหมาะกับวัยและสภาพ  นอกจากนี้อาหารที่รับประทานจะต้องปรุงให้สุกสะอาดปราศจากเชื้อโรค 
ปรุงอย่างสงวนคุณค่าไว้ให้มากที่สุด  เช่นล้างผักก่อนหั่น  ถ้านึ่งได้ควรนึ่งถ้าจะต้มควรต้มชิ้นใหญ่หุงต้มด้วยวิธีน้ำน้อย  ไฟแรง ปิดฝา ระยะเวลาสั้น

 

krupaga สั่งงานหน่วยที่ 1 เรื่องอาหารประเภทสำรับ รายวิชาการงาน 5 ง 23105 ม. 3

คำสั่ง  ให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ทุกห้องเรียนที่เรียนรายวิชา ง 23105
ทำงานดังนี้
        1.ให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนเรื่อง อาหารประเภทสำรับ
จำนวน  45  ข้อโดยให้บันทึกลงในสมุด (ข้อสอบก่อนเรียนในเว็บไซต์ krupaga)
        2.ให้อ่านใบความรู้เรื่องอาหารประเภทสำรับ
        3.ให้เตรียม วัสดุ  อุปกรณ์ เพื่อจัดอาหารประเภทสำรับโดยให้แต่ละห้องเรียน
เตรียมแบ่งกลุ่ม ๆ ละ 8 – 10  คนแล้วจัดอาหารสำรับภาคต่างๆ
        4.นำเสนอผลงานแต่ละกลุ่มในชั้นเรียน(ชั่วโมงเรียนของแต่ละห้อง)
        5.สรุปองค์ความรู้เรื่ออาหารประเภทสำรับทุกคน

หมายเหตุ
         การค้นเนื้อหาหน่วยการเรียนรู้ต่าง ๆ ทำได้ดังนี้
         1.เข้า  กลูเกิล แล้วพิมพ์เนื้อหาสาระที่ต้องการ ตามด้วยรายวิชา รหัสวิชา
ระดับชั้น และสุดท้ายตามด้วย  krupaga  เอ็นเทอร์ เว็บจะแสดงเนื้อหาที่ต้องการ
         2.นักเรียนจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับหน่วยการเรียนรู้  รายวิชา  รหัสวิชา
ระดับชั้น  ชื่อเว็บไซต์
                              

                                         krupaga

krupaga สั่งงานรายวิชาการประกอบอาหาร ง 21221 ม. 1

คำสั่ง  ให้นักเรียนห้องเรียนที่เรียนวิชาเพิ่มเติมการประกอบอาหาร  ง  212221
ศึกษารายละเอียดดังต่อไปนี้
1.ให้นักเรียนศึกษาผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง  ง  212221
2.ให้ศึกษาการวัดผลประเมินผล  การกำหนดคะแนน  ภาระงาน
แล้วจดบันทึกลงในสมุด
3.ให้ศึกษาใบความรู้ที่  1 เรื่องประวัติความเป็นมาของอาหารไทยให้เข้าใจ
แล้วปฏิบัติดังนี้
     3.1ให้ตอบคำถามกิจกรรม
     3.2ทำแบบทดสอบ
     3.3สรุปองค์ความรู้เรื่องประวัติความเป็นมาของอาหารไทย
                                     
                                      krupaga

ใบความรู้ที่ 1เรื่องประวัติความเป็นมาของอาหารไทย ง 21221 ม. 1

                                                    ใบความรู้ที่ 1
                                เรื่อง  ประวัตความเป็นมาของอาหารไทย
                                ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  1  เวลา    20  นาที
ประวัติความเป็นมาของอาหารไทย
            อาหารไทยเป็นอาหารประจำของชนชาติไทยที่มีการสั่งสมและถ่ายทอดมา
อย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีตจนเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติถือได้ว่าอาหารไทยเป็นวัฒนธรรม
ประจำชาติที่สำคัญของไทย
           อาหารพื้นบ้านหมายถึงอาหารที่นิยมรับประทานกันเฉพาะท้องถิ่นซึ่งเป็นอาหาร
ที่ทำขึ้นได้ง่ายโดยอาศัยพืชผักหรือเครื่องประกอบอาหารที่มีอยู่ในท้องถิ่น
มีการสืบทอดวิธีปรุงและการรับประทานต่อๆ กันมา
เนื้อหา
1.จุดกำเนิดอาหารไทย
     1.1  สมัยสุโฃทัย
     1.2  สมัยอยุธยา
     1.3  สมัยธนบุรี
     1.4  สมัยรัตนโกสินทร์
             1.  สมัยรัตนโกสินทร์ยุคที่  1 (พ.ศ.  2325 – 2394)
             2.  สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ยุคที่  2 (พ.ศ.2394 – ปัจจุบัน
2.อาหารไทยภาคต่างๆ
     2.1 อาหารพื้นบ้านภาคเหนือ
     2.2  อาหารภาคกลาง
     2.3  อาหารภาคอีสาน
     2.4  อาหารภาคใต้
จุดกำเนิดอาหารไทย
       อาหารไทยมีจุดกำเนิดพร้อมกับการตั้งชนชาติไทยและมีการพัฒนา
อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยสุโชไทยจนถึงปัจจุบันจากการศึกษาของอาจารย์
กอบแก้ว  นาจพินิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เรื่องความเป็นมาชอง
อาหารไทยยุคต่างๆ สรุปได้ดังนี้
สมัยสุโขทัย
          อาหารไทยสมัยสุโขทัยได้อาศัยหลักฐานจากศิลาจารึกและวรรณคดี สำคัยคือ
ไตรภุมิพระร่วงของพญาลิไท ที่ได้กล่าวถึงอาหารไทยในสมัยนี้ว่ามีข้าวเป็นอาหารหลัก
โดยกินร่วมกับกับช้าว ที่ส่วนใหญ่ได้มาจากปลา มีเนื้อสัตว์อื่นบ้างการปรุงอาหารได้ปรากฏคำว่า  แกง  ในไตรภูมิพระร่วงที่เป็นที่มาของคำว่าข้าวหม้อแกงหม้อ  ผักที่กล่าวถึงในศิลาจารึกคือ  แฟง  แตง  น้ำเต้า  ส่วนอาหารหวานก็ใช้วัตถุดิบพื้นบ้านเช่น ข้าวตอกและ
น้ำผึ้ง ส่วนหนึ่งนิยมกินผลไม้แทนอาหารหวาน
สมัยอยุธยา
         สมัยนี้ถือว่าเป็นยุคทองของไทย  ได้มีการติดต่กับชาวต่างประเทศมากขึ้น
ทั้งชาวตะวันตกและตะวันออกจากบันทึกเอกสารของชาวต่างประเทศพบว่าคนไทย
กินอาหารแบบเรียบง่ายยังคงมีปลาเป็นหลัก  มีต้ม  แกงและคาดว่ามีการใช้น้ำมัน
ในการประกอบอาหารแต่เป็นน้ำมันจากมะพร้าวและกทิมากกว่าไขมันหรือ
น้ำมันจากสัตว์มากขึ้น คนไทยสมัยนี้มีการถนอมอาหาร เช่นการนำไปตากแห้ง
หรือทำเป็นปลาเค็ม มีอาหารประเภทเครื่องจิ้ม  เช่นน้ำพริกกะปิ นิยมบริโภคสัตว์น้ำ
มากกว่าสัตว์บกโดยเฉพาะสัตว์ใหญ่ไม่นิยมนำมาฆ่าเพื่อเป็นอาหารได้มีการกล่าวถึง
แกงปลาต่างๆที่ใช้เครื่องเทศเช่นแกงที่ใส่หัวหอม  กระเทียม สมุนไพรหวาน
และเครื่องเทศแรงๆที่คาดว่านำมาใช้ในการประกอบอาหารเพื่อดับกลิ่นคาว
ของเนื้อปลาหลักฐานจาการบันทึกของบาทหลวงชาวต่างชาติที่แสดงให้เห็นว่า
อาหารของชาติต่าง ๆเริ่มเข้ามามากขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์  เช่นญี่ปุ่น
โปรตุเกส  เหล้าองุ่นจากสเปนเปอรฺเวียและฝรั่งเศส  สำหรับอิทธิพลของอาหารจีน
นั้นคาดว่าเริ่มมีมากขึ้นในช่วงยุคกรุงศรีอยุธยาตอนปลายที่ไทยตัดสัมพันธุ์
กับชาติตะวันตกดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าอาหารในสมัยอยุธยาตอนปลายได้รับเอา
วัมนธรรมจากอาหารต่างชาติโดยผ่านทางการมีสัมพันธไมตรีทั้งทางการทูตและ
ทางการค้ากับประเทศต่างๆและจากหลักฐานที่ปรากฏทางประวัติศาสตร์ว่าอาหารต่างชาติส่วนใหญ่แพร่หลายอยู่ในราชสำนักต่อมาจึงกระจายสู่ประชาชนและกลมกลืน
กลายเป็นอาหารไทยไปในที่สุด
สมัยธนบุรี
         จากหลักฐานที่ปรากฏในหนังสือแม่ครัวหัวป่ากก์ซึ่งเป็นตำราการทำกับข้าวเล่มที่ 2
ชองไทยของม่านผู้หญิงเปลี่ยน  ภาสกรวงษ์ พบความต่อเนื่องของวัฒนธรรมไทย
จากกรุงสุโขทัยถึงสมัยอยุธยาและสมัยกรุงธนบุรีและยังเชื่อว่าเส้นทางอาหารไทย
จะเชื่อมจากกรุงธนบุรีไปยังสมัยรัตนโกสินทร์โดยผ่านทางหน้าที่ราฃการและสังคม
เครือญาติและอาหารไทยสมัยกรุงธนบุรีจะคล้ายคลึงกับสมัยอยุธยาแต่ที่พิเศษ
เพิ่มเติมคือาหารประจำชาติจีน
 สมัยรัตนโกสินทร์
          การศึกษาความเป็นมาของอาหารไทยยุครัตนโกสินทร์นี้ได้จำแนกตาม
ยุคสมัยที่นักประวัติศาสตร์ได้กำหนดไว้คือ ยุคที่ 1 ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1  จนถึง
สมัยรัชกาลที่ 3  และยุคที่ 2 ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 จนถึงรัชกาลปัจจุบัน
สมัยรัตนโกสินทร์ยุคที่ 1 (พ.ศ. 2325 – พ.ศ. 2394)
         อาหารไทยในยุคนี้เป็นลักษณะเดียวกันกับสมัยกรุงธนบุรี แต่มีอาหารไทย
เพิ่มขึ้นอัก  1  ประเภทคือนอกจากมีอาหารคาว อาหารหวานแล้วยังมีอาหารว่างเพิ่มขึ้น
ในช่วงนี้อาหารไทยได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมของประเทศจีนมากขึ้นและมีการ
ปรับเปลี่ยนเป็นอาหารไทยในที่สุด จากจดหมายความทรงจำของกรมหลวง
นรินทร์ทรเทวี ที่กล่าวถึงเครื่องตั้งสำรับคาวหวานของพระสงฆ์ในงานสมโภชน์
พระพุทธมณีรัตนมหาปฏิมากร (พระแก้วมรกต)ได้แสดงให้เห็นว่ารายการอาหาร
นอกจากจะมีอาหารไทย  เช่น  ผัก  น้ำพริก  ปลาแห้ง  หน่อไม้ผัด  แล้วยังมีอาหารที
ปรุงด้วยเครื่องเทศแบบอิสลามและมีอาหารจีนโดยสังเกตจากการใช้หมูเป็น
ส่วนประกอบที่สำคัญเนื่องจากหมูเป็นอาหารที่คนไทยไม่นิยมแต่คนจีนนิยม
        บทพระราชนิพนธ์กาพแห่เรือชมเครื่องคาวหวานของพระบาทสมเด็จพระ
พุทธเลิศหล้านภาลัยได้ทรงกล่าวถึงอาหารคาวและอาหารหวานหลายชนิด
ซึ่งได้สะท้อนภาพของอาหารไทยในราชสำนักอย่างชัดเจนที่สุดซึ่งแสดงให้เห็นถึง
ลักษณะขอวอาหารไทยในราชสำนักที่มีการปรุงกลิ่นและรสอย่างประณีตและให้
ความสำคัญของรสชาติอาหารไทยมากเป็นพิเศษและถือว่าเป็นยุคสมัยมีศิลป
ในการประกอบอาหารที่ค่อนข้างสมบูรณ์ที่สุดทั้งรส  กลิ่น  สี และการตกแต่ง
ให้สวยงามรวมทั้งมีการพัฒนาอาหารนานาชาติให้เป็นอาหารไทยจากบทพระราชนิพนธ์
ทำให้ได้รายละเอียดที่เกี่ยวกับการแบ่งประเภทของอาหารคาวหรือกับข้าวและ
อาหารว่างคาวได้แก่  หมูแหนม  ล่าเตียง  หรุ่ม  รังนก  ส่วนอาหารคาวได้แก่ แกง
ชนิดต่าง ๆ เครื่องจิ้ม ยำต่าง ๆ  ส่วนอาหารหวานส่วนใหญ่ทำด้วยแป้งและไข่เป็นส่วนใหญ่
มีขนมที่มีลักาณะอบกรอบ เช่น  ขนมผิง  ขนมลำเจียก  และมีขนมที่มีน้ำหวาน
และกะทิเจืออยู่ด้วย ได้แก่  ซ่าหริ่ม  บัวลอย  เป็นต้น
        นอกจากนี้วรรณคดีไทยเรื่อง  ขุนช้างขุนแผน  ซึ่งถือว่าเป็นวรรณคดีที่สะท้อน
วิ๔ชีวิตของคนในยุคนั้นอย่างมากรวมทั้งเรื่องอาหารการกินของชาวบ้าน พบว่า
มีความนิยมขนมจีนน้ำยา และมีการกินช้าวเป็นอาหารหลักร่วมกับกับข้าว
ประเภทต่าง ๆ ได้แก่  แกง  ต้ม  ยำและคั่ว อาหารมีความหลากหลายมากชึ้น
ทั้งชนิดของอาหารคาวและอาหารหวาน
สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ยุค 2 (พ.ศ. 2394 – ปัจจุบัน)
          ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ประเทศไทยมีการพัฒนาอย่างมากและมีการตั้งโรงพิมพ์
แห่งแรกของประเทศไทยดังนั้น ตำรับอาหารการกินของไทยเริ่มมีการบันทึกมากขึ้น
โดยเฉพาะในรัชกาลที่  5 เช่นในบทพระนิพนธ์เรื่องไกลบ้าน  จดหมายเหตุ  เสด็จประพาส
ต้น  และยังมีบันทึกต่าง ๆ โดยผ่านการบอกเล่าสืบทอดทางเครือญาติแลบันทึกที่เป็นทางการอื่นๆซึ่งข้อมูลเหล่านี้ได้สะท้อนให้เห็นลักษณะขออาหารไทย

ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังรายวิชาการประกอบอาหาร ง 21221 ม.1

ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังรายวิชาการประกอบอาหาร  ง 21221 ม. 1
1.นักเรียนสามารถบอกประวัติความเป็นมาของอาหารไทยได้
2.นักเรียนสามารถอธิบายอาหารในชีวิตประจำวันได้
3.นักเรียนสามารถบอกอาหารหลัก  5  หมู่พร้อมทั้งประโยชน์และสารอาหารได้
4.นักเรียนสามารถเลือกซื้ออาหารสดอาหารแห้งและเก็บรักษาได้
5.นักเรียนสามารถบอกประโยชน์ของห้องครัวและอุปกรณ์ได้
6.นักเรียนสามารถบอกความหมายการสุขาภิบาลอาหารและความจำเป็น
ของการสุขาภิบาลอาหารได้
7.นักเรียนบอกประโยขน์ของอาหารและอาหารเสริมได้
8.นักเรียนสามารถเตรียมวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาหารได้
9.นักเรียนสามารถประกอบอาหารไทยได้
10.นักเรียนสามารถทำบัญชีรายรับรายจ่ายในการประกอบอาหารได้
11.นักเรียนสามารถบอกหลักในการถนอมอาหารและลงมือปฏิบัติ
การถนอมอาหารได้
                                     การกำหนดเวลาเรียน
           รายวิชาการประกอบอาหาร   รหัสวิชา  ง 21221 จำนวน  1 หน่วยกิต
            ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  1  เวลาเรียน  2/ สัปดาห์  40 คาบ/ 1 ภาคเรียน
ผลการเรียนรู้ข้อที่ 1  เวลาเรียน  4  คาบ
ผลการเรียนรู้ข้อที่  2 เวลาเรียน  4  คาบ
ผลการเรียนรู้ข้อที่  3 เวลาเรียน  4  คาบ
ผลการเรียนรู้ข้อที่ 4 เวลาเรียน   4  คาบ
ผลการเรียนรู้ข้อที่ 5 เวลาเรียน  4   คาบ
ผลการเรียนรู้ข้อที่ 6 เวลาเรียน  4  คาบ
ผลการเรียนรู้ข้อที่ 7 เวลาเรียน  4  คาบ
ผลการเรียนรู้ข้อที่ 8 เวลาเรียน  4  คาบ
ผลการเรียนรู้ข้อที่ 9 เวลาเรียน  16คาบ
ผลการเรียนรู้ข้อที่ 10เวลาเรียน 2 คาบ
ผลการเรียนรู้ข้อที่ 11 เวลาเรียน 4 คาบ
สอบกลางภาค                                1 คาบ
สอบปลายภาค                               1 คาบ
รวมเวลาทั้งหมด                           40คาบ
อัตราส่วนคะแนน  80/20  มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
คะแนนสอบระหว่างภาค  80  คะแนนมีดังนี้
1.คะแนนก่อนสอบกลางภาค ทดสอบผลการเรียนรู้คาดหวังข้อที่ 1  2  3
คะแนนข้อที่ 1 (3 คะแนน) คะแนนข้อที่ 2 (3คะแนน) คะแนนข้อที่ 3 (4 คะแนน)
รวมคะแนนก่อนสอบกลางภาค   10  คะแนน
2.คะแนนสอบกลางภาค  ทดสอบผลการเรียนรู้ที่คาดหวังข้อที่  4  5  6
คะแนนข้อที่ 4( 4 คะแนน) คะแนนข้อที่ 5 (3 คะแนน) คะแนนข้อที่ 6(3 คะแนน)
3.คะแนนสอบหลังกลางภาค  ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังข้อที่  7  8  9  10
รวม  50  คะแนนดังนี้  คะแนนผลการเรียนรู้ที่คาดหวังข้อที่ 7 (4 คะแนน)
คะแนนผลการเรียนรู้ที่คาดหวังข้อ 8 (3 คะแนน)  คะแนนผลการเรียนรู้ข้อ 9
( 35 คะแนน)  ผลการเรียนรู้ข้อ 10 (3 คะแนน)  ผลการเรียนรู้ข้อ 11 (5 คะแนน)
4.คะแนนจิตพิสัย  10  คะแนนประเมินจาก
    4.1ใฝ่รู้ – ใฝ่เรียน
    4.2ความรับผิดชอบ
    4.3ความสามัคคี
    4.4ความยุติธรรม
    4.5ชยันปฏิบัติงาน
รวมคะแนนระหว่างภาค  80  คะแนน
5.คะแนนสอบปลายภาค  20  คะแนน
    5.1ช้อสอบปรนัยเลือกตอบ  4  ตัวเลือกจำนวน  40  ข้อ ผลการเรียนรู้
ที่คาดหวังข้อที่ 1 – 11
รวมคะแนนระหว่างภาคและปลายปีรวม  100  คะแนน
การตัดสินผลการเรียน 
1.เวลาเรียนครบร้อยละ  80  นักเรียนสามารถขาดได้  7  คาบ
2.คะแนน  0-49  ตัดสินผลการเรียน   0  ปรับปรุง
                   50-54ตัดสินผลการเรียน   1  ผ่าน
                   55-59ตัดสินผลการเรียน   1.5
                   60-64ตัดสินผลการเรียน    2.0
                   65-69ตัดสินผลการเรียน     2.5
                   70-74ตัดสินผลการเรียน    3.0
                    75-79ตัดสินผลการเรียน    3.5
                    80-100ตัดสินผลการเรียน  4.0
ภาระงานผลการเรียนรู้ที่คาดหวังข้อที่ 9
9.1อาหารประเภทต้ม
9.2อาหารประเภทยำ
9.3อาหารประเภทผัด
9.4อาหารประเภทอาหารว่าง
9.5อาหารจานเดียวประเภทข้าว
9.6อาหารประเภทน้ำพริกแครื่องเคียง
อาหารแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน
แกงมัสมั่น  อาหารจานเดียวและอาหารหวาน
                   

 

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.