Daily Archives: ธันวาคม 27, 2014

วิดีโดเรื่องการปลูกพืชไร้ดิน ง 32104 ม.5

คำสั่ง  ให้นักเรียนดูวีดีโอเรื่องการปลูกพืชไร้ดินให้แบ่งกลุ่ม ๆละ 3-4 คน
ปลูกพืชไร้ดินกลุ่มละ  1  ชนิดพร้อมทั้งนำเสนอผลงานส่งภายในเดือน
กุมภาพันธ์  ทุกห้องเรียน


ใบความรู้ที่ 5.1 เรื่องประวัติความเป็นมาของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่่อพืช ง 32104 ม.5

ใบความรู้ที่  5.1  เรื่องประวัติความเป็นมาของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช
รหัสวิชา  ง  32104  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  5  เวลา   10  นาที
ประวัติความเป็นมาของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช
ในคศ  1902  ฮาเบอร์แลนด์(Haberland) นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน
ได้ทำการทดลองแยกเซลล์พืชมาเลี้ยง  เพื่อจะทำการศึกษาคุรสมบัติ
ของเซลแต่งยังไม่สามารถทำให้เซลล์เกิดการแบ่งตัวได้เพียงแต่พบว่า
เซลล์พืชที่นำมาทดลองมีการขยายขนาดใหญ่ขึ้นเท่านั้น  ต่อมาใน  คศ
1934  เวนต์และทิเมนค้นพบสารคบคุมการเจริญเติบโตกลุ่มออกซินชนิด
LAAทำให้ไวต์สร้างสูตรอาหารที่สมบูรณ์และเหมาะสมต่อการเจริญเติบโต
เลี้ยงเนื้อเยื่อพืชมากที่สุดได้ใน  คศ  1934 และเกิดการศึกษาค้นคว้า
เกี่ยวกับสารอาหารที่ใช้สำหรับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชใน  คศ 1940-
1978  โดยพบว่าในน้ำมะพร้าว มีสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืช
ที่เรียกว่า  ไซโตไคนินซึ่งส่งผลให้ในปัจจุบันมีการนำน้ำมะพร้าวไปใช้
ในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและเซลล์ของพืชร่วมกับสารควบคุมการเจริญ
เติบโตในกลุ่มออกซินทำให้สามารถชักนำเนื้อเยื่อพืชเพิ่มจำนวนและ
พัฒนาต่อไปเป็นต้นอ่อนได้เป็นอย่างดีจนกระทั่งค.ศ.  1960  โมเรสMorel
ได้นำเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาใช้ในการขยายพันธุ์พืชและประสบความสำเร็จกับต้นรักเร่หรือรักแรกหลังจากนั้นได้ทำการทดลอง
ผลิตต้นกล้วยมากหลอดจากเนื้อเยื่อส่วนปลายยอดพบว่าตามปกติจะได้
พืชเพียง  1  ต้นเท่านั้นแต่ครั้งนี้ก้อนเนื้อเยื่อได้พัฒนาเพิ่มปริมาณต้นพืช
เป็นจำนวนมากโดยไม่มีการกลายพันธุ์ส่งผลให้นักวิจัยท่านอื่นๆนำมาศึกษาได้ประโยชน์อย่างแพร่หลาย
สำหรับประเทศไทย  ใน  พ.ศ.  2484  หลวงนิตยเวชวิศิษฐ์  เป็นคนแรกที่นำเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ  มาใช้ในการขยายพันธุ์พืชในประเทศศไทยโดยเพาะเลี้ยงคัพภะหรือเอ็มบริโอกล้วยไม้เพื่อขยายพันธุ์แบบไม่
อาศัยเพศต่อมาใน พ.ศ.  2510  ศาสตราจารย์เกียรติคุณ  ถาวรวัชรภัย
เป็นผู้เผยแพร่เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้และศาสตราจารย์
ระพี  สาคริก  ได้ทำการศึกษาการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้เพื่อขยายพันธุ์
เป็นการค้าและส่งเสริมให้เกิดเป็นอาชีพใหม่  จนกระทั่งกล้วยไม้กลายเป็น
พืชอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศสามารถส่งไปจำหน่ายต่างประเทศ
ได้เป็นลำดับที่ 3 รองจากฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกา ต่อมาได้มีการพัฒนา
ขีดความสามารถให้สามารถขยายพันธุ์อื่นๆในเชิงการค้าได้อย่างแพร่หลาย
เช่น  กล้วย  หน่อไม้ฝรั่ง  ไผ่  เยอบีร่า  หน้าวัว  เบญจมาศ  บอนสี  กระเจียว
กุหลาบ  สตรอว์เบอร์รี่  ขนุน  ไม้สัก  นอกจากนั้นยังมีการนำเทคนิคการ
เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชมาใช้ในการผลิตพันธุ์พืชปลอดโรคซึ่งเกิดจากเชื้อ
ไวรัสและเชื้อแบคทีเรียที่มักติดมากับหัวพันธุ์หรือท่อนพันธุ์ซึ่งทำความ
เสียหายให้กับพืชที่ปลูกใหม่ประโยชน์ของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชเพื่อนำมาใช้ในการส่งออกและนำมาใช้
เพื่ออนุรักษ์พันธุ์พืชที่หายากหรือใกล้สูญพันธุ์

 

แบบทดสอบหน่วยที่ 4 เรื่องความหมายและความสำคัญของการปลูกพืชไร้ดิน ง 31102ม.4

คำสั่ง  ให้นักเรียนทำเครื่องหมายกากบาท(X) ทับข้อที่ถุกที่สุดเพียงข้อเดียว
1.  การปลูกพืชไร้ดิน(Soilless  Culture)หมายถึงข้อใด.
ก.  การนำพันธุ์พืชเมล็ดพืชกิ่งพันธุ์ไปปลูกในกรวดทราย  เปลือกไม้
ข.  การนำหน่อ  หัวส่วนต่าง ๆของพืชได้มาจากการขยายพันธุ์ไปปลูก
ในขี่เลื่อย  เส้นใยหิน  แกลบ
ค.  การนำส่วนต่าง ๆของพืชที่ได้มาจากการขยายพันธุ์ไปปลูกในวัสดุอื่น
ที่ไม่ใช่ดินเป็นการปลูกพืชในสารละลายที่มีธาตุอาหารของพืชโดยตรงเรียกว่า  ไฮโดรพอนิกส์
ง.  ถูกทุกข้อ
2.  ข้อใดคือความสำคัญของการปลูกพืชไร้ดิน.
ก.  ช่วยแก้ปัญหาการปลุกพืชในดินที่ไม่เหมาะสมดินมีสารพิษตกค้าง
ข.  ช่วยตอบสนองสภาพที่อยู่อาศัยของคนปัจจุบันซึ่งอาศัยอยุ่ในอาคารหรือห้องชุดที่ไม่มีพื้นดินสำหรับปลูกพืช
ค.  ช่วยสร้างอาหารที่สะอาดปราศจากสารพิษ  ช่วยลดรายจ่ายเมื่อปลูกพืช
ไร้ดินไว้รับประทานในครัวเรือนและช่วยสร้างอาชีพใหม่เปิดร้านวัสดุอุปกรณ์ในการปลูกพืชผักไร้ดินจำหน่ายพืชผักไร้ดิน
ง.  ถูกทุกข้อ
3.  ข้อดีของการปลุกพืชไร้ดินได้แก่ข้อใด.
ก.  สามารถปลูกพืชต่อเนื่องได้ตลอดปี ผลผลิตมีความสม่ำเสมอ
ข.  สามารถปลูกพืชได้ในที่ไม่มีพื้นที่ ใช้แรงงานน้อย ลดการใช้สารเคมี
ค.  สามารถปลูกพืชในพื้นที่ที่ดินไม่เหมาะสมได้เช่นดินเค็ม  พืชเจริญเร็ว
และให้ผลผลิตสูงเพราะสามารถควบคุมปริมาณสารอาหารได้ ปลูกพืช
ได้ทุกฤดูกาลทุกสภาพอากาศเนื่องจากมีการควบคุมปริมาณธาตุอาหาร
ง.  ถูกทุกข้อ
4.  ข้อเสียของการปลูกพืชไร้ดินคือข้อใด.
ก.  ค่าใช้จ่ายในการลงทุนครั้งแรกค่อนข้างสูงทำให้ผลผลิตแพง
ข.  ต้องใช้เทคนิคชั้นสูง  มีโอกาศเกิดโรคที่มาจากน้ำได้ง่าย
ค.  ถ้ามีการขัดข้องของกระแสไฟฟ้าไม่รีบแก้ไขโดยเฉพาะระบบการให้สาร
ละลายธาตุอาหารทำให้พืชเจริญช้าลง
ง.  ถูกทุกข้อ
5.  โรงเรือนปลูกพืชไร้ดินควรประกอบด้วยส่วนใดบ้าง.
ก.  ส่วนที่ใช้ปลูกพืช
ข.  ส่วนที่ใช้ติดตั้งระบบปรับสภาพสารละลายและเตรียมสารละลาย
ค.  ส่วนที่จำหน่ายผลผลิตและเก็บวัสดุอุปกรณ์ในการปลูกพืชไร้ดิน
ง.  ถูกทั้งข้อ  ก และ ข
6.  ข้อใดคือปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืชที่ปลูกแบบไร้ดิน.
ก.  พันธุกรรม   ข.  สารควบคุมการเจริญเติบโต
ค.  สภาพแวดล้อม   ง.  ถูกทุกข้อ
7.  สารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชได้แก่ข้อใด.
ก.  ออกซิน  จิบเบอร์เรลลิน
ข.  ไวโตไคนิล  เอทิลีน
ค.  สารชะลอการเจริญเติบโตของพืช  สารยับยั้งการเจริญเติบโตของพืช
ง.  ถูกทุกข้อ
8.  ข้อใดไม่สัมพันธ์กันเกี่ยวกับสารควบคุมการเจริญเติบโต.
ก.  ออกซิน  สารเร่งการเจริญเติบโตควบคุมการขยายขนาดของเซล
การยืดตัวของเซลกระตุ้นการเกิดราก
ข.  จิบเบอเรลลิน  ชะลอการแก่ของพืช กระตุ้นการเจริญของตาข้าง
ค.  เอทิลีน  เป็นสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชชนิดเดียวที่อยู่ในรูป
ของแก๊ส  เร่งการสุกของผลไม้  เร่งการเหี่ยวของดอกไม้
ง.  ไซโตไคนิน  เป็นสารควบคุมการเจริญเติบโตมีผลต่อการแบ่งเซล
กระตุ้นการเจริญเติบโตของตาข้าง  ชะลอการแก่ของพืช