Daily Archives: กุมภาพันธ์ 14, 2015

ใบความรู้ที่ 3 เรื่องรูปแบบประโยชน์ของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ง 33106 ม.6

ใบความรู้ที่  3  เรื่องรูปแบบของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
รหัสวิชา  ง  33106  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6  เวลา   5  นาที
การทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มีความจำเป็นเกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการหรือผู้ผลิต  ผู้บริโภคหรือประชาชนและรัฐบาลจึงแบ่งรูปแบบของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ตามความสัมพันธ์ของคุ่ค้าได้  5  รูปแบบดังนี้
1.  ผู้ประกอบการกับผู้ประกอบการ  เป้นรูปแบบที่ผู้ประกอบการมุ่งเน้นบริการแก่ผู้ปรระกอบการด้วยกันในลักษณะตลาดกลางการค้าปลีกและค้าส่งขนาดใหญ่มีพบปะแลกเปลี่ยนข้อมูลเจรจาตกลงหรือขายสินค้าและบริการต่างๆผ่านช่องทางที่เปิดให้บริการ
2.  ผู้ประกอบการกับผู้บริโภค  เป็นรูปแบบธุรกิจที่มุ่งเน้นให้บริการแก่ผู้บริโภคในด้านการโฆษณาแสดงสินค้าและบริการ  สั่งซื้อ  ชำระเงิน  จัดส่งสินค้าและบริการ  เช่น  ซีดีเพลง  วีดีโอ  เสื้อผ้า  เครื่องสำอาง  อาหารตามสั่งดิลิเวอร์ตลอดจนบริการหลังการขายรวมถึงการแลกเปลี่ยนเงินตรา หลักทรัพย์ทองคำหรือน้ำมันทางอิเล็กทรอนิกส์
3.  ผูู้บริโภคกับผู้บริโภค  เป็นรูปแบบธุรกิจติดต่อสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูล
ข่าวสาร  สินค้าและบริการในกลุ่มผู้บริโภคด้วยกันเช่นการซื้อชายสินค้ามือสอง
4.  ผู้ประกอบการกับรัฐบาล  เป็นรูปแบบธุรกิจเกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการของหน่วยงานรัฐบาลจากผู้ประกอบการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
5.  รัฐบาลกับผุ้บริโภค  เป็นรูปแบบการติดต่อสื่อสารที่ไม่หวังผลกำไรแต่เน้นการบริการที่รัฐบาลมีให้แก่ผู้บริโภคหรือประชาชน  เช่นการคำนวณและเสียภาษีผ่านอินเทอร์เนต  การให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์  การติดต่อทำทะเบียนของกระทรวงมหาดไทย  การให้ดาวโหลดแบบฟอร์มต่างๆไปใช้
ประโยชน์ของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มีประโยชน์ต่อผู้ประกอบการและผู้บริโภคดังนี้
ประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ
1.  เพิ่มยอดขายแก่ธุรกิจ
2.  สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ทั่วถึง
3.  เพิ่มประสิทธิภาพภายในระบบสำนักงาน
4.  เพิ่มสินค้าและบริการใหม่ได้ง่าย    5.  ลดภาระสินค้าคงคลัง
6.  ลดเวลาในการผลิต  7.  ลดค่าใช้จ่ายในการจ้างบุคลากรและการโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการ
8.  ลดความผิดพลาดในการสั่งซื้อสินค้า ชำระค่าสินค้าและบริการและการจัดส่ง
ประโยชน์ต่ผู้บริโภค
1.  มีร้านค้าและสินค้าให้เลือกมากมาย
2.  ไม่มีข้อจำกัดด้านเวลาในการเลือดซื้อสินค้าและบริการได้ตลอด  24  ชั่วโมง
3.  มีข้อมูลสินค้าและบริการเพียงพอสำหรับการเปรียบเทียบคุณภาพและราคาเพื่อตัดสินใจเลือกวื้อสิ่งที่ดีที่สุด
4.  ลดปัญหาพ่อค้าคนกลางที่ทำให้สินค้าและบริการมีราคาสูงขึ้น

Advertisements

ใบความรู้ที่ 3 เรื่องธุรกิจยุคใหม่(ความหมายประวัติความเป็นมาและวัตถุประสงค์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์) ง 33106 ม.6

ใบความรู้ที่ 3 เรื่องความหมายของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
ง  33106  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  6  เวลา  5  นาที
ในปัจจุบันการแข่งขันทางธุรกิจมีมากธุรกิจต่างๆจึงจำเป็นต้องมีการพัฒนา
และปรับปรุงกระบวนการขายและภาพลักษณ์ของบริษัทให้ทันสมัยตลอด
โดยนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยต่าง ๆ เช่นคอมพิวเตอร์  และเครืออข่ายอินเทอร์เข้ามาใช้ในกิจการเพื่อก่อให้เกิดประสิทธิภาพที่สูงสุดต่อการดำเนินการทางธุรกิจซึ่งเราเรียกะุรกิจรูปแบบนี้ว่า  พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
ความหมายของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์(E-Commerce  ย่อมาจากElectronic  Commerce) หมายถึงการดำเนินธุรกิจทุกประเภทซึ่งครอบคลุมการซื้อขายการโฆษณาสินค้า  การบริการ  การดอนเงินและการประมูลสินค้าผ่านระบบสื่อสารโทรคมนาคมซึ่งประกอบด้วย  เครือข่ายอินเทอรืเนต  ระบบฐานข้อมูลและอุปกรณืเทคโนโลยีสารสนเทศต่าง ๆ เช่น  คอมพพิวเตอร์  ดาวเทียม  โทรศัพท์  โทรสาร  เป็นต้น
ประวัติความเป็นมาของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
พาณิชย์อิเล็กทรอนิสก์หรืออีคอมเมิร์ซเริ่มมีขึ้นเมื่อ  พ.ศ.  2513  โดยการโอนเงินทางอิเล้กทรอนิกส์ระหว่างหน่วยงานของบริษัทใหญ่ๆและสถาบันการเงินต่อมามีการแรกเปลี่ยนข้อมุลทางการเงินอย่างเดียวเป็นการส่งข้อมูลรูปแบบอื่นเพิ่มมากขึ้น  เช่นการส่งข้อมูลระหว่างสถาบันทางการเงินกับผู้ผลิตหรือผู้ค้าส่งกับผุ้ค้าปลีกต่อมาเมื่อมีการพัฒนาระบบสื่อสารถึงซอฟต์แวร์ต่าง ๆเพิ่มขึ้นจนถึงยุคอินเทอร์เนตเมื่อ  พ.ศ.  2533 มีจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เนตเพิ่มขึ้นระบบการค้าอิเล็กทรอนิกส์จึงเติบโตอย่างรวดเร็วและใน  พ.ศ. 2537-2542  พาณิชยือิเล็กทรอนนิกส์หรืออีคอมเมิร์ซได้รับการยอมรับและและความนิยมอย่างมากในประเทศสหร้ฐอเมริกา
สำหรับประเทศไทย  ประมาณพ.ศ.  2544  รัฐบาลไทยได้พยายามส่งเสริมให้เกิดการตื่นตัวและสนับสนุนการค้าแบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์อย่างสม่ำเสมอโดยฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่สามารถขยายต่อได้อย่างต่อเนื่องและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศมีการสนับสนุนให้เกิดการสร้างผลิตภัณณฑ์และสินค้าภายใต้ชื่อ  โอท็อป(OTOP)หรือหนึ่งตำบลหนึ่่งผลิตภัณฑ์โดยอาศัยช่องทางจำหน่ายผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
วัตถุประสงค์ของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
การทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยงานหรือองค์กรธุรกิจมีจุดประสงค์ดังนี้
1.  เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าและบริการให้ถึงผุ้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศมากยิ่งขึ้น
2. เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการบริหารงานและการขายสินค้าให้มีกำไรมากกว่าการขายรูปแบบเดิม
3.  เพื่อประหยัดเวลาในการซื้อขายสินค้าและบริการและขั้นตอนทางการตลาด
4.  เพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์และนำเสนอข้มูลสินค้าและบริการจำนวนมากให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย
5.  เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลของผุ้บริโภคนำมาใช้ในการวิจัยและพัมนาสินค้าและบริการให้ตรงตามความต้องการของตลาด
6.  เพื่อให้สมาชิกสามารถปรับปรุงข้อมูลสินค้าและบริการได้ตลอดเวลา
7.  เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรธุรกิจหรือหน่วยงานต่างๆในเรื่องของความทันสมัย