Monthly Archives: มีนาคม 2015

ใบความรู้ที่ 1.4 เรื่องวิธีการดูแลเสื้อผ้าประเภทต่างๆ(การซัก ตาก รีด และเก็บเสื้อผ้า) ง 23105 ม.3

ใบความรู้ที่  1.4 เรื่งวิธีการดูแลเสื้อผ้าประเภทต่าง ๆ(การวัก  ตาก  รีด  และเก็บเสื้อผ้า)  ง  23105  ม. 3  ประกอบแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เวลา  5  นาที
การซัก  ตาก  รีด  และเก็บรักษาเสื้อผ้าประเภทต่างๆมีวิธีการดังนี้
1.  การซักเสื้อผ้าไหม  นิยมส่งร้านซักรีดเพราะมีขั้นตอนการซักที่ยุ่งยากและต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษแต่ถ้าจะซักเองให้ซักด้วยมือห้าามใช้เครื่องเพราะแรงเสียดสีของเคครื่องซักผ้าจะทำให้เส้นใยชชำรุดในกาารซักผ้าไหมด้วยมือมีขั้นตอนการซักดังนี้
1.1  ใส่น้ำลงในกะละมังพอท่วมผ้าที่จะซักนำน้ำยาซักแห้งเทใส่น้ำในกะละมังใช้มือแกว่งจนน้ำยาซักแห้งแตก
1.2  นำผ้าไหมลงแช่ในน้ำซักครู่ใช้มือขยี้เบาๆตรงที่สกปรกเช่นปกเสื้อ  ปลายแขนเสื้อห้ามใช้แปรง
1.3  นำผ้าไหมทีซักสะอาดใช้มือบีบเบาๆให้น้ำและน้ำยาซักแห้งออกจนหมด
1.4  นำผ้าที่ยกขึ้นจากน้ำแล้วไปล้างในน้ำสะอาด  2  ครั้งจากนั้นแช่ในอ่างที่มีน้ำผสมน้ำยาปรับผ้านุ่มไว้
2.  การตากผ้าไหมทำได้ดังนี้
2.1  ยกผ้าขึ้นบีบเบาๆไล่น้ำออกห้ามบีดเพราะจะทำใให้ผ้าเป็นรอยยับเสียรูปทรง
2.2  สลัดผ้าเบาๆคลี่ออกใส่ไม้แขวน  2.3  นำไปตากที่ราวตากในร่ม
3.  การรีดผ้าไหหมมีขั้นตอนดังนี้
3.1  นำผ้าไหมที่ตากพอหมาดๆมาพรมน้ำหรือฉีดน้ำยารีดผ้าเรียบให้ทั่วม้วนพับไว้ในช่องแช่แข็งของตู้เย็นนาน  1-2  ชั่่วโมงเพื่อให้น้ำหรือน้ำยากระจายทั่วผืนผ้าไม่ควรนำไปรีดหลังพรมน้ำทันทีจะทำให้ผ้าด่าง
3,2  นำผ้าไหมมที่เก็บไว้ในตู้เย็นมารีดโดยใช้ผ้าฝ้ายขนาดผ้าเช็ดหน้าวางทับบนผ้าไหมแล้วใช้เตารีดวางทับบนผ้าฝ้ายถัาไม่ใช้ผ้าฝฝ้ายทับความร้อนจากเตารีดทำให้ผ้าไหมสีไม่สดใสเป็นรอยเหลืองและเก่าเร็วถ้าไม่รีด
บนผ้าฝ้ายให้รีดด้วยอุณหภูมิต่ำหรือใชช้เตารีดไอน้ำไม่ควรรีดขณะผ้าแห้งเพราะจะทำให้ผ้าแข็งกระด้างเป็นมันลื่น
4.  การเก็บรักษาผ้าไหม
4.1  เมื่อรีดเสร็จแขวนแล้วนำเข้าไว้ในตู้เสื้อผ้า
4.2  ถ้าเป็นเสื้อผ้าไหมที่ใช้แล้วที่ยังไม่สกปรกควรแขวนไว้ถ้าสกปรกเล็กน้อยควรทำเฉพาะที่แล้วนำไปรีดเก็บ
2.  เสื้อผ้าฝ้าย
2.1  เสื้อผ้าฝ้ายซักได้ด้วยมือและเครื่องซักผ้าการซักผ้าถูกวิธีป้องกันราชื้นได้มีวิธีการซักที่ถูกวิธีดังนี้
1.  แช่ผ้าฝ้ายในน้ำเกลือหรือน้ำส้มสายชู  1  คืนบีบน้ำออก
2.  ใส่ผงซักฟอก  1  ช้อน/น้ำ  1  กะละมังแกว่งจนเกิดฟองนำผ้าลงขยี้เบา ๆนำไปล้างน้ำสะอาด  2  ครั้ง
3.  แช้ผ่าฝ้ายในอ่างผสมน้ำปรับน้ำยาปรบผ้านุ่มยกขึ้นบีบน้ำออก
4.  ถ้าผ้าฝ้ายสีขาวให้ซักในน้ำสบุ่ร้อนๆๆถ้าจะใช้น้ายาฟอกขาวใช้อ่อนๆล้างด้วยน้ำสะอาด
การตากเสื้อผ้าฝ้าย  ใส่ไม้แขวนดากแดดจัดได้ไม่ควรนานจนเกินไป
การรีดผ้า  นำผ้าที่ตากพอหมาดมารีดไม่ต้องพรมน้ำรีดอุณหภูมิสูง
การเก็บรักษาผ้าฝ้าย  ผ้าฝ้ายขึ้นราได้ง่ายเมื่ออยู่ในที่อับชื้นเสื้อผ้าต้องแห้ง
3.  ผ้าลินิน  ควรวักด้วยมือเพราะเส้นใยไม่ยับรีดง่ายผ้าขาวควรซักในน้ำอุ่น
ผ้าสีควรซักในน้ำเย็น  การซักผ้าลินินด้วยมือมีขั้นตอนดังนี้
1.  นำผ้าลินินแช่น้ำยกขึ้นบีบเบาๆนำไปแช่ใในน้ำยาซักฟอกยกขึ้น
2.  นำไปล้างในน้ำสะอาด  2-3  ครั้งแล้วนำไปแช่ในน้ำยาปรับผ้านุ่ม
การตากผ้าลินิน  การรีดเสื้อผ้าลินิน  การเก็บรักษาเสื้อผ้าลินิน
4.  เสื้อผ้าขนสัตว์     การดูแลอย่างง่าย
4.1  ใช้แปรงนุ่ม ๆ  แปรงฝุ่นออกทุกครั้งหลังใช้งานอย่างแปรกขณะเปียก
4.2  แขวนเสื้อผ้าขนสัตว์ในที่อากาศโปร่ง
4.3  ห้ามใช้ชุดติด่อกันเป้นเวลานานขนสัตว์เสียดสีจะแข็งเป็นมัน  ขนหลุด
5.  เสื้อผ้าใยสังงเคราะห์
6.  เเสื้อผ้าใยกึ่งสังเคราะห์
7.  เสื้อผ้าไหมพรม
8.  เสื้อผ้าที่ปักเลื่อมและลูกปัด

 

 

 

 

 

Advertisements

ใบความรู้ที่ 1.3 เรื่องวิธีการดูแลเสื้อผ้าประเภทต่างๆ(การขจัดรอยเปื้อนบนเสื้อผ้า) ง 23105 ม.3

ใบความรู้ที่  1.3 เรื่องวิธีการดูแลเสื้อผ้าประเภทต่างๆ(การขจัดรอยเปื้อนบนเสื้อผ้า)  ง 23105 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  เวลา  5  นาที
การดูแลเสื้อผ้าแต่ละประเภทให้สะอาดคงสภาพดีใช้งานได้นานต้องรู้จักวิธีการขจัดรอยเปื้อน  ซัก  ตาก  รีด และเก็บรักษาที่ถูกต้อง  ดังนี้
การขจัดรอยเปื้อนบนเสื้อผ้า
การทำกิจกรรมต่าง ๆหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้้นในชีวิตประจำวัน  เช่นเล่นกีฬใา  ขึ้นรถ ลงเรือ  ทำงานรับประทานอาหาร  เกิดอุบัติเหตุ อาจทำให้เสื้อผ้าเราสวมใส่เปรอะเปื้อนจากคราบสกปรกต่างๆได้ซึ่งหากไม่ขจัดทันทีจะทำให้คราบสกปรกเหล่านั้้นฝังแน่นในเส้นใยเสื้อผ้าจนกระทั่งไม่สามารถซักออกได้
รอยเปื้อนบนเสื้อผ้าที่พบเป็นนประจำมีวิธีการขจัดดังนี้
1.  รอยเปื้อนชากาแฟ  ถ้ารอยเปื้อนยังไม่แห้งให้นำแป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียวหรือแป้งฝุ่่นโรยลงบนรอยเปื้อนเพื่อให้แป้งดูดซับรอยเปื้อนทิ้งไว้้ให้แห้งใช้แปรงขนอ่อนปัดแป้งออกแล้วนำไปซักด้วยสารซักฟอกตามปกติ
2.  รอยเปื้อนเลือด  ถ้าเป็นผ้าฝ้ายหรือลินินให้แช่น้ำและใช้แอมโมเนียเจือจางเช็ดแล้วนำไปซักหรือใช้แป้งมันผสมน้ำให้เข้มข้นเหมือนแป้งเปียกทาตรงส่วนรอยเปื้อนทิ้งไว้ประมาณ  4  ชั่วโมงแป้งมันจะดูดซับรอยเปื้อนแล้วจึงนำไปซักตามปกติ
3.  รอยเปื้อนหมากฝรั่ง  ขูดหมากฝรั่งออกด้วยสันมีดแล้วใช้น้ำแข็งถูเพื่อให้หมากฝรั่งแข็งตัว  แล้วค่อยๆแกะหมากฝรั่งออกจากนั้นใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดรอยหมากฝรั่งแล้วนำไปซักในน้ำสบู่อ่อนๆ
4.  รอยเปื้อนครีม  เนย  น้ำมัน  นำแป้งฝุุ่นทาตัวมาโรยบนรอยเปื้อนใช้กระดาษชำระหรือกระดาาษบางอื่นๆวางทับแล้ววางเตารีดที่ร้อนพอควร  ทับบนกระดาษจนแป้งดูดคราบมันออกหมดจึงนำไปซักตามปกติ
5.  รอยเปื้อนน้ำหมึก  โรยเกลือป่นบนรอยเปื้อนแล้วบีบน้ำมะนาวลงไปให้ชุ่มพึ่งแดดไว้ครึ่งวันจึงค่อยนำไปซัก
6.  รอยเปื้อนสนิม  นำผ้าชุบน้ำให้เปียกก่อนบีบน้ำมะนาวลงบนรอยเปื้อนทิ้งไว้สักครู่แล้วนำไปซักตามปกติ
7.   รอยเปื้ออนยางผลไม้  ใช้สารส้มถูบริเวณรอยเปื้อนแล้วนำไปซักด้วยสารซักฟอก
8.  รอยเปื้อนโคลน  ปล่อยให้โคลนแห้ง แล้วใช้แปรงปัดออกจากนั้นซักด้วยน้ำเย็นหลายๆครั้งจนไม่มีน้ำโคลนออกมาจึงนำผ้าไปซักตามปกติ
9.  รอยเปื้อนยาแดง เช็ดรอยเปื้อนด้วยแอมโมเนียหรือซักด้วยน้ำส้มสายชูผสมน้ำ
10. รอยเปื้อนรา(เล็กน้อย)นำผ้าไปซักในน้ำสบุ่ร้อนๆหรือบีบมะนาวลงไปตรงที่มีราขึ้นแล้วแช่ผ้าในสารซักฟอกซักครู่จึงซักผ้าตามปกติ
11. รอยเปื้อนดินสอ  ใช้ยาสีฟันป้ายลงบนรอยดินสอแล้วขยี้  จากนั้นนำไปซักตามปกติ
12. รอยเปื้อนเหงื่อไคล  ซักด้วยน้ำผสมน้ำส้มสายชูเล็กน้อยแล้วนำไปซักตามปกติ

 

 

 

 

 

ใบความรู้ที่ 1.2 เรื่องหลักการดูแลเสื้อผ้าวัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือในการดูแลเสื้อผ้า ง 23105 ม.3

หลักการดูแลเสื้อผ้า
การดูแลเสื้อผ้าให้ทนทานใช้งานได้นานมีหลักการดังนี้
1.  ขณะสสวมใส่เสื้อผ้าต้องระมัดระวังไม่ให้เปรอะเปื้อนแและถูกของแหลมคมเกี่ยวขาด
2.  ไม่ควรใส่ของหนักหรือของมีคมในกระเป๋าเสื้อ  กระเป๋ากระโปรง  กระเป๋ากางเกงเพราะจะทำให้กระเป๋าขาดได้
3.  เสื้อผ้าเมื่อถอดแล้วจะสวมใส่อีก  เช่นเสื้อกันหนาว  สูท  ไม่ควรแขวนไว้ที่ตะปุเพราะจะเสียรูปทรงควรแขวนด้วยไม้แขวนเก็บไว้ในที่อากาศถ่ายเทได้ดี
4.   สำรวจสัญลักษณ์บนป้ายผ้าที่ติดมากับเสื้อผ้าและดูแลให้ถูกวิธี(ดูในหนังสือรายวิชาพื้นฐานการงานอาชีพและเทคโนโลยีหน้า  13
5.  สำรวจชนิดของเส้นใยผ้าเพื่อให้เลือกใช้วัสดุ  ออุปกรณ์และเครื่องมือในการดูแลรักษาได้เหมาะสม
6.  หยิบสิ่งของออกจากกระเป๋าเสื้อ  กระเป๋ากางเกง กระเป๋ากระโปรงออกก่อนขจัดรอยเปื้อนและซัก
7.  ขจัดรอยเปื้อนทันทีที่พบจะช่วยประหยัดแรงงานและเวลาในการซักเสื้อผ้า
8.  ซ่อมแซมเสื้อผ้าที่ชำรุดก่อนวักทำความสะอาด
9.  แยกผ้าสี  ผ้าขาว  และผ้าสีตกไว้เพื่อความสะอาดในการซักผ้าและป้องกันเสื้อผ้าสีหม่นหรือสีตกใส่กัน
10. ศึกษาวิธีใช้งานวัสดุ  อุปกรณ์และเครื่องมือในการดูแลเสื้อผ้าให้เข้าใจจากการอ่านแลากหรือข้อความบนบรรจุภัณฑ์และคู่่มือแนะนำการใช้งานแล้วปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
11.  ับเก็บเสื้อผ้าอย่างถูกวิธีโดยไม่ให้ยับหรือเสียรูปทรงหยิบใช้สะดวกปราศจากฝุ่นและแมลง
วัสดุ  อุปกรณ์ และเครื่องมือในการดูแลเสื้อผ้า
ในการดูแลเสื้อผ้าต้องมีความรู้เกี่ยวกับวัสดุ ออุปกรณณ์และเครื่องมือในการดูแลเสื้อผ้าเพื่อให้เลือกใช้ได้เหมาะสมกับลักษณะงานดดังนี้
1.  สารซักฟอก  ลักษณะงานใ0ช้ทำให้ผ้าขาวสะอาดใช้ได้กับการซักมือและเครื่องมีทั้งชนิดผงและเหลวก่อนใช้ศึกษาฉลากและปฏิบัติตามเพื่อให้ผ้าสะอาดและไม่เสียรูปทรง
2.  สารฟอกขาว  ใช้ขจัดรอยเปื้อนสะอาดมีหลายชนิดดังนี้
2.1  สารฟอกขาวคลอรีนหรือโซเดียมไฮเปอร์คลอคลอไรด์ใช้กับผ้ฝ้าย  ผ้าลินินไม่ควรใช้กับผ้าไหมและผ้าขนสัตว์
2.2  สารฟอกขาวไฮเปอร์ออกไซด์ใช้กับผ้าได้ทุกชนิด  ทำให้ผ้าขาวสวยได้้นาานและไม่เกิดสืหม่นภายหลัง
3.  สารปรับผ้านุ่ม  มีส่วนผสมของน้ำมันช่วยเคลือบผ้าลดความกระด้างของผ้าและช่วยลดการดูดซึมของน้ำควรใช้หลังการซักผสมกับน้ำตามอัตราส่วนที่ระบุไว้บนบรรจุภัณฑ์แล้วนำผ้าลงแช่ประมาณ 10-15  นาทีบิดผ้าตาก
4.  สารตกแต่งผ้าขาว  ใช้ตกแต่งผ้าขาวให้ขาวสดใสโดยนำครามละลายกับน้ำนำผ้าที่ซักสะอาดไปแช่  5-10  นาทีหลังจากนั้นบิดนำไปตาก
5.  สารตกแต่งให้ผ้าคงรูป ใช้ตกแต่งใให้ผ้าคงรูปมี  2  ชนิดดังนี้
5.1  แป้งลงผ้า  ใช้ได้ทั้งผ้าขาวและผ้าสีนิยมใช้กับผ้าฝ้ายและผ้าไหมโดยนำแป้งมันสำปะะหลังต้มกับน้ำพอน้ำแป้งสุกข้นใสกรองดด้้วยผ้าขาวบางผสมกับน้ำคนให้ทั่วนำผ้าลงไปแช่บิิดตาากให้แห้ง
5.2  เจลลี่  ใช้ได้กับผ้าทุกชนิดโดยนำไปต้มผสมกับน้ำแล้วกรองจากนั้นผสมน้ำคนให้ทั่วนำผ้าลงแช่บิดแล้วตากใให้แห้ง
6.  สารที่ทำให้ผ้าเรียบหรือน้ำยารีดผ้าเรียบ  ใช้ฉีดพรมลงบนผ้าที่ต้องการให้เรียบก่อนรีดมีส่วนผสมของฟิล์มพอลิเมอร์(ช่วยให้ผ้าาเรียบอยู่ทรงนาน)ซิลิโคลน(ทำให้ผ้าลื่นรีดง่าย)และน้ำหอม(ช่วยให้ผ้ามีกลิ่นหอม)
7.   กะละมัง  ใช้ใส่น้ำเพื่อซักผ้า
8.  แปรงซักผ้า  ใช้ขัดถุเสื้อผ้าบริเวณที่มีคราบหรือรอยเปื้อนที่ซักออกได้ยากเช่น  ปกเสื้อ  ชายเสื้อแขนยาวและใช้ซักรองเท้าผ้าใบ
9.  ตะกร้าใส่ผ้า
10. เครื่องซักผ้า  มีทั้งชนิดอัตโนมัติถังคคู่และแบบอัตโนมัติถังเดี่ยวต้องศึกษาฉลากการใช้งานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
11. เตารีด  มีทั้งชนิดแห้ง  ชนิดไอน้ำและเตารีดแบบทับ
12. ขวดใส่น้ำยารีดผ้าเรียบ   12. ที่รองรีด  13. หมอนรองรีด
13. ไม้แขวนเสื้อ  14. ที่หนีบผ้า

 

 

 

 

 

ใบความรู้ที่ 1.1เรื่องความหมายและความสำคัญของการดูแลเเสื้อผ้า ง23105 ม.3

ใบความรู้ที่  1.1  เรื่องความหมายและความสำคัญของการดูแลเสื้อผ้า
การดูแลเสื้อผ้า  หมายถึง  การทำความสะอาดและเก็ยรักษาเสื้อผ้าโดยวิธีขจัดรอยเปื้อน ซัก ตาก รีด เก็บ พับ  หรือแขวนในถุงเก็บเสื้อหรือในตู้
การดูแลเสื้อผ้าาอย่างถูกวิธีและประณีตมีความสำคัญดังนี้
1.  เสื้อผ้าสะอาดไม่มีความสกปรกหรือมีกลื่นเหม็นจากเหงื่อไคล
2.  ปกกันไม่ให้เกิดโรคผิวหนังอันเนื่องมาจากเสื้อผ้าสกปรก  เช่น  หิด  กลาก  เกลื้อน  ผดผื่นคัน  เป็นต้น
3.  ถนอมเสื้อผ้าให้ทนทาน  ไม่เสื่อมสภาพและมีอายุการใช้งานยาวนาน
4.  ส่งเสริมบุคลิกภาพของผู้สวมใส่ให้ดูดี  สง่างาม  เป็นที่ชื่นชอบของผู้พบเห็น
5.  ผู้้สวมใส่เกิดความมั่นใจและภาคภูมิใจ
6.  ปลูกฝังลักษณะนิสัยให้เป็นคนรักความสะอาด  มีระเบียบวินัย  ประณีต  สวยงาม
ประเภทของเสื้อผ้า
เสื้อผ้าแบ่งตามชนิดของเส้นใยที่นำมาทอเป็นผืนผ้าได้เป็น  3  ประเภท
1.  เสื้อผ้าจากเส้นใยธรรมชาติ  ซึ่งป็นใยที่มีอยุ่ตามธรรมชาติเช่น ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน  ผ้าไหม  ผ้าขนสัตว์  สวมใส่สบาย
แต่การซักรีดต้องใช้ความปราณีตเพราะยับง่าย
2.  เสื้อผ้าจากเส้นใยสังเคราะห์  ซึ่งเป็นเส้นใยที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้นจากสารเคมี  แล้วผลิตเป็นผืนผ้า  เสื้อผ้าใยสังเคราะห์ดูแลรักษาง่ายเพราะไม่ยับยืดหยุ่นและคืนตัวได้ดีแต่ไม่ค่อยดูดซับน้ำและไม่ระบายความร้อนจึงเหมาะที่จะสวมใส่ในห้องปรับอากาศ
ใยสังเคราะที่นิยมนำมาตัดเย็บเสื้อผ้า  เช่น  ไนลอน  พอลิเอสเทอร์  อไครลิค  สแปนเด็กซ์
3.  เสื้อผ้าจากเส้นใยกึ่งสังเคราะห์  ซึ่งเป็นใยสังเคราะห์ที่มีส่วนผสมของใยะรรมชาติ  ผ้าจะมีเนื้อนุ่ม  เป็นมันเงา  ดุดซึมน้ำได้ดี  แต่ไม่ค่อยมีความเหนียว  เสียรูปทรงเมื่อถูกน้ำ  ไม่ทนกรด  เข้มข้นใยกึ่งสังเคราะห์ที่นิยมนำมาตัดเสื้อผ้า  เช่น  เรยอน  อะซิเตด

 

 

แบบทดสอบก่อน-หลังเรียนหน่วยที่ 1 เรื่องการดูแลเสื้อผ้า ง 23105 ม.3

ข้อสอบวัดผลการเรียนรู้ตามตัวชี้วัด ง 23105
คำสั่งให้นักเรียนทำเครื่องหมายกากบาท(X)กากบาททับข้อที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว
ตัวชี้วัด  อภิปรายขั้นตอนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ (ง 1.1 ม. 3/2)
1.เพราะเหตุผลใดจึงขจัดรอยเปื้อนก่อนซักเสื้อผ้า
ก.  เพราะเนื้อผ้าจะเหนียวและทนทานมากขึ้น
ข.  เพราะจะทำให้เสื้อผ้ามีสีสดยาวนาน      ค.  เพราะช่วยซักผ้าให้สะอาดได้ง่าย
ง.  เพระประหยัดค่าสารซักฟอก  เฉลยข้อ  ค
เฉลยข้อ  ค  เพราะการขจัดรอยเปื้อนก่อนซักเสื้อผ้าจะช่วยลดรอยเปื้อนให้น้อยลง
จนซักผ้าให้สะอาดได้ง่าย
2.การสำรวจสัญลักษณ์บนป้ายผ้าที่ติดมากับเสื้อผ้าก่อนทำความสะอาด
มีประโยชน์อย่างไร.
ก.  เป็นการฝึกทักษะการสังเกต    ข.  ช่วยให้ใช้เครื่องซักผ้าได้ถูกวิธี
ค.  ช่วยประหยัดในการซักเสื้อผ้า  ง.  ทำความสะอาดเสื้อผ้าได้อย่างถูกวิธีและถนอม
เสื้อผ้า   เฉลยข้อ  ง  เพราะสัญลักษณ์บนป้ายผ้าจะบอกวิธีดูแลที่เหมาะสม
กับเสื้อผ้านั้นๆเมื่อปกิบัติตามจะเป็นการถนอมเสื้อผ้า
3.ถ้าต้องการให้ผ้าลินินคงรูปควรทำอย่างไร.
ก.  ลงแป้งให้ผ้าก่อนซักรีด                    ข.  ซักเสร็จแล้วนำมารีดทันที
ค.  แช่ผ้าในสารฟอกขาวก่อนซักรีด     ง.  ใช้น้ำยาซักแห้งแทนสารซักฟอก
เฉลยข้อ  ก  เพราะแป้งในที่นี้คือแป้งมันสำปะหลังเมื่อแห้งจะแข็งตัวถ้านำ
ผ้าลินินไปลงแป้งแล้วนำไปซักรีดเมื่อแห้งจะแข็งคงรูป
4.การรีดผ้ากึ่งใยสังเคราะห์ด้วยอุณหภูมิต่ำมีวัตถุประสงค์ตรงกับข้อใด.
ก.  ป้องกันเนื้อผ้าสีซีด        ข.  ประหยัดพลังงานไฟฟ้า
ค.  ป้องกันเนิ้อผ้าหดตัว       ง.  ป้องกันเนื้อผ้าละลาย
เฉลยข้อ  4  เพราะผ้ากึ่งสังเคราะห์มีส่วนผสมของพลาสติกเมื่อถูกความร้อนสูง
จึงละลายได้
5.วิธีการขจัดรอยเปื้อนปากกาลูกลื่นให้สะอาดควรปฏิบัติตนตามข้อใด.
ก.  ใช้ฟองน้ำชุบแอลกอฮอล์แล้วนำไปซักตามปกติ
ข.  ใช้สารส้มถูบริเวณรอยเปื้อนแล้วนำไปซักตามปกติ
ค.  ใช้น้ำส้มสายชูเช็ดรอยเปื้อนแล้วนำไปซักตามปกติ
ง.  ใช้น้ำมะนาวบีบลงบนรอยเปื้อนแล้วนำไปซักตามปกติ
เฉลยข้อ  ก  เพราะแอลกอฮอล์มีคุณสมบัติช่วยทำให้หมึกปากกาเจือจางลงซึ่ง
เมื่อนำไปซักตามปกติจะสามารถขจัดรอยเปื้อนได้ง่าย
ตัวชี้วัด  ใช้ทักษะในการทำงานร่วมกันอย่างมีคุณธรรม (ง 1.1 ม. 3/2)
6.ถ้าต้องการให้การดูแลเสื้อผ้าเสร็จเร็วและสมาชิกในกลุ่มทุกคน
มีส่วนร่วมในการทำงานควรปฏิบัติตามข้อใด.
ก.  จัดเสริมวัสดุ  อุปกรณ์การดูแลเสื้อผ้าให้พร้อมก่อนลงมือปฏิบัติงาน
ข.  ให้สมาชิกทุกคนจับฉลากว่าแต่ละคนจะต้องทำงานอะไรบ้าง
ค.  ให้สมาชิกทุกคนร่วมลงมติเลือกคนทำงานเพียงคนเดียว
ง.  วางแผนการทำงานและแบ่งงานให้สมาชิกในกลุ่มทำทุกคน
เฉลยข้อ  ง  เพราะการวางแผนการทำงานและแบ่งงานให้สมาชิกในกลุ่ม
ทำทุกคนเป็นการลดความสับสนในการทำงานจึงทำให้การดูแลเสื้อผ้า
เสร็จสิ้นและสมาชิกในกลุ่มทุกคนมีส่วนร่วมในการทำงาน
7.ข้อใดเป็นการดูแลเสิ้อผ้าร่วมกันของสมาชิกในกลุ่มอย่างมีคุณธรรม.
ก.  เด็กหญิงนันลินทร์ ขอให้เพื่อนซักเสื้อผ้าแทนตนเองเพราะตนเองแพ้สารซักฟอก
ข.  เด็กหญิงสุปราณีไปซื้อน้ำยาปรับผ้านุ่มมาใช้กับเสื้อผ้าเพิ่มให้มีกลิ่นหอม
ค.  เด็กชายกฤษณะเห็นเพื่อนยกกะละมังซักผ้ามีน้ำหนักมากจึงเข้าไปช่วยยก
ง.  เด็กชายวัฒนชัยบอกให้เพื่อนหยิบอุปกรณ์การรีดผ้าทุกชนิดให้ตนเอง
เฉลยข้อ  ค  เพราะการช่วยเหลือผู้อื่นเมื่อพบว่าเขาเดือดร้อนแสดงถึง
การมีคุณธรรมอย่างหนึ่ง
ตัวชี้วัด  อภิปรายการทำงานโดยใช้ทักษะการจัดการเพื่อการประหยัดพลังงาน
และสิ่งแวดล้อม (ง 1.1 ม. 3/3)
8.การประหยัดพลังงานไฟฟ้าในการดูแลเสื้อผ้าขาวตรงกับข้อใด.
ก.  ไม่เปิดไฟฟ้าขณะซักผ้า                 ข.  รีดผ้าหลายตัวในครั้งเดียวกัน
ค.  ตากผ้ากลางแดดจัดให้แห้งสนิท    ง.  ใช้เครื่องซักผ้าแทนการใช้มือซักผ้า
เฉลยข้อ  2  เพราะการรีดผ้าหลายตัวในครั้งเดียวเป็นการเปิดใช้งานเตารีด
อย่างต่อเนื่องไม่มีการเปิดๆปิดๆจึงประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้
9.ข้อใดเป็นการใช้ทรัพยากรในการดูแลเสื้อผ้าที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุด.
ก.  ใช้สารฟอกขาวผสมสารซักฟอกในการซักผ้าในอัตรา  50 ต่อ  50
ข.  ใช้น้ำล้างผ้าให้สะอาดเพียง  2  กะละมัง
ค.  ใช้สารซักฟอก  1  ซ้อนกับเสื้อผ้า  10  ตัว
ง.  ใช้น้ำผสมน้ำยาปรับผ้านุ่มครึ่งกะละมังต่อผ้า  10  ตัว
เฉลยข้อ  3  เพราะสารซักฟอกในปัจจุบันมีความเข็มข้นและมีประสิทธิภาพสูง
เมื่อใช้เพียง 1 ช้อนกับเสื้อผ้า 10 ตัวจึงเป็นการประหยัดสารซักฟอกคุ้มค่ากับผลงาน
10.ข้อใดเป็นการดูแลเสื้อผ้าแบบอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม.
ก.  เทสารซักฟอกลงในท่อน้ำทิ้ง        ข.  นำน้ำล้างสารซักฟอกไปล้างรถยนต์
ค.  นำน้ำสารซักฟอกไปรดน้ำต้นไม้    ง.  เทน้ำสารซักฟอกลงในแม่น้ำลำคลอง
เฉลยข้อ  ก  เพราะการเทสารซักฟอกลงในท่อน้ำทิ้งจะมีการตกตะกอน
หรือย่อยสลายไปก่อนที่จะไหลลงสู่แม่น้ำลำคลองจึงไม่ทำลายคุณภาพ
ของน้ำในแม่น้ำลำคลองและเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างหนึ่ง

ภาระงานและการวัดผลประเมินผลรายวิชาการงาน 5 ง 23105ม.3

ภาระงานและการวัดผลประเมินผลรายวิชาการงาน 5 ง 23105 ม.3
1.  ให้นักเรียนนำเสนอผลงานการดูแลเสื้อผ้าประเภทต่างๆ หน้าชั้นเรียน (3 คะแนน)
2.  สรุปองค์ความรู้เรื่องประเภทของเสื้อผ้า ( 2 คะแนน)
3.  ให้นักเรียนรายงานหน้าชั้นเรียนเรื่องการเตรียม  ประกอบ  จัด  ตกแต่งอาหารสำรับภาคต่างๆ(5 คะแนน)
4.  สรุปองค์ความรู้เรื่อง อาหารสำรับภาคต่างๆ (5 คะแนน)
5.  ให้นักเรียนปฏิบัติงานและจัดอาหารสำรับประเภทต่างกลุ่มละ  6-8 คนและนำเสนอผลงาน
พร้อมประเมินผลงาน (10 คะแนน)
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2  งานเกษตร(การขยายพันธุ์พืช) เวลา  4  คาบ
ตัวชี้วัดหน่วยการเรียนรู้ที่ 2
1. นักเรียนสามารถบอกวิธีการและขยายพันธุ์พืชแบบต่างๆได้
ภาระงาน
1.ให้นักเรียนทำรายเรื่องการขยายพันธ์ุพืชซึ่งมีสาระการเรียนรู้ดังนี้ (5 คะแนน)
1.1  ประวัติความเป็นมาของการขยายพันธุ์พืช
1.2  ความหมายของการขยายพันธุ์พืช
1.3  ความสำคัญของการขยายพันธุ์พืช
1.4  ประเภทของการขยายพันธุ์พืช
1.5  หลักการขยายพันธุ์พืช
1.7  วัสดุ  อุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ในการขยายพันธุ์พืช
1.8  วิธีการขยายพันธุ์พืช
2.  ให้นักเรียนขยายพันธุ์พืชแบบต่าง ๆ คนละ  1  วิธี
กำหนดส่ง  สิ้นเดือนสิงหาคม  (5  คะแนน)
ตัวชี้วัดหน่วยการเรียนรู้ที่ 3  งานประดิษฐ์
เรืื่อง  การประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์จากวัสดุตามธรรมชาติ
ภาระงาน
1.  ให้นักเรียนออกแบบบรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติและลงมือปฏิบัติชิ้นงาน
กลุ่มละ  5-6  คน  (10  คะแนน)
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4  ธุรกิจเพื่อชีวิต
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5  งานช่าง
หน่วยการเรียนรู้ที่ 6  ก้าวทันเทคโนโลยี
หน่วยการเรียนรู้ที่ 7  สู่โลกอาชีพ
การวัดและประเมินผล
ใช้อัตราส่วนคะแนน  ระหว่างภาค/ปลายภาด  70/30
คะแนนเสอบระหว่างภาค  70  คะแนน
คะแนนสอบปลายภาค  30  คะแนน
1.  คะแนนสอบระหว่างภาคมีรายละเอียดดังนี้
1.1 คะแนนสอบก่อนกลางภาค  25  คะแนน
หน่วยการเรียนรู้ที่  1  และหน่วยการเรียนรู้ที่  2(ตามรายละเอียดด้านบน)
1.2 คะแนนสอบกลางภาค  15  คะแนน
หน่วยการเรียนรู้ที่  1 – หน่วยการเรียนรู้ที่  3 (เป็นข้อสอบแบบปรนัยเลือกตอบ  45  ข้อ
และแบบอัตนัย  3  ข้อ หน่วยการเรียนรู้ละ  1  ข้อ)
1.3 คะแนนสอบหลังกลางภาค  30  คะแนน
หน่วยการเรียนรู้ที่  3  งานปฏิบัติ –  หน่วยการเรียนรู้ที่ 7
1.4 คะแนนสอบปลายภาค  30  คะแนน
หน่วยการเรียนรู้ที่  1 – 7 เป็นข้อสอบแบบปรนัยเลือกตอบตามตัวชี้วัด
จำนวน   60  ข้อ
หมายเหตุ
1. สำหรับการทดสอบรายหน่วยการเรียนรู้สอบในคาบเรียนหลังจากที่ทำแบบทดสอบหลังเรียน
จะเก็บคะแนนจากแบบทดสอบประจำหน่วย
2. สำหรับการส่งงานตามปฎิทินที่กำหนดส่ง
3. สำหรับแบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียนใช้ทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนไม่ใช้ชุดเดียวกัน
กับแบบทดสอบประจำหน่วย
เวลาเรียน  นักเรียนต้องมีเวลาเรียนครบร้อยละ  80 หมายความว่านักเรียนขาดได้  7.5 คาบ

กำหนดการสอนและโครงการสอนรายวิชาการงาน 5 ง 23105 ม.3

หน่วยการเรียนรู้ที่  1  การดูแลเสื้อผ้าและอาหารประเภทสำรับ (งานบ้าน)
เวลา  8  คาบ
ตัวชี้้วัด
1.  อภิปรายขั้นตอนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ(ง1.1 ม.3/1)
2.  ใช้ทักษะในการทำงานร่วมกันอย่างมีคุณธรรม(ง1.1 ม.3/2)
3.  อภิปรายการทำงานโดยใช้ทักษะการจัดการเพื่อการประหย้ดพลังงาน
ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม(ง 1.1  ม.3/3)
ตัวชี้วัดประจำหน่วยการเรียนรู้ที่  1
1.  นักเรียนสามารถดูแลเสื้อผ้าและจัดอาหารประเภทสำรับได้
สาระการเรียนรู้(เวลา  2  คาบ)
การดูแลเสื้อผ้า
1.  ความหมายและความสำคัญของการดูแลเสื้อผ้า
2.  ประเภทของเสื้อผ้า
3.  หลักการดูแลเสื้อผ้า
4.  วัสดุ  อุปกรณ์และเครื่องมือในการดูแลรักษาเสื้อผ้า
5.  วิธีการดูแลเสื้อผ้าประเภทต่าง ๆ
5.1  การขจัดรอยเปื้อนบนเสื้อผ้า
5.2  การซัก  ตากรีดและเก็บเสื้อผ้า
-เสื้อผ้าไหม  -เสื้อผ้าลินิน
-เสื้อผ้าขนสัตว์  -เสื้อผ้าใยสังเคราะห์
-เสื้อผ้าใยกึ่งสังเคราะห์  – เสื้อผ้าไหมพรม
-เสื้อผ้าที่ปักเลื่อมและลูกปัด
2. อาหารประเภทสำรับ(เวลา  6  คาบ)
สาระการเรียนรู้
1.  ความหมายและความสำคัญของอาหารประเภทสำรับ
2.  ประเภทของอาหารสำรับ
3.  หลักการเตรียม  ประกอบ  จัด  ตกแต่งอาหารประเภทสำรับ
4.  อาหารสำรับภาคกลาง
5.  อาหารสำรับภาคเหนือ
6.  อาหารสำรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
7.  อาหารสำรับภาคใต้
ตัวชี้ว้ดหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่องการขยายพันธุ์พืช(เวลา  4  คาบ)
1.  อธิบายขั้นตอนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ(ง 1.1 ม.3/1)
2. ใช้ทักษะในการทำงานร่วมกันอย่างมีคุณธรรม(ง 1.1 ม. 3/2)
3.  อภิปรายการทำงานโโดยใชัทักษะการจัดการเพื่อการประหยัดพลังงาน
ทรัพยากรและสิงแวดล้อม(ง 1.1 ม.3/3)                                                      ตัวชี้วัดประจำหน่วยการเรียนรู้ที่  2  เรื่องการขยายพันธุ์พืช
2. นักเรียนสามารถบอกประวัติความเป็นมาความหมายความสำคัญ
ประเภท หลักการ วัสดุอุปกรณ์เครื่องมือวิธีการขยายพันธุ์พืชและขยายพันธุ์พืชได้
สาระการเรียนรู้
1.  ประวัติความเป็นมาของการขยายพันธุ์พืช
2.  ความมหมายและความสำคัญของการขยายพันธุ์พืช
3.  ประเภทของการขยายพันธุ์พืชและหลักการขยายพันธุ์พืช
4.  วัสดุ  อุปกรณ์  เครื่องมือ  และวิธีการขยายพันธุ์พืช
ตัวชี้วัดหน่วยการเรียนรู้ที่  3  เรื่องการประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ(เวลา  4  คาบ)
1.  อธิบายขั้นตอนการทำงานที่มีประสิทธิภภาพ(ง 1.1 ม.3/1)
2.  ใช้ทักษะในการทำงงานร่วมกันอย่างมีคุณธรรม(ง 1.1 ม. 3/2)
3.  อภิปรายการทำงานโดยใช้ทักษะการจัดการเพื่อการประหยัดพลังงาน
ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม(ง1.1 ม.3/3)
ตัวชี้วัดประจำหน่่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่องการประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ
3.  นักเรียนสามารถบอกควาามรู้เกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์และประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติได้
สาระการเรียนรู้
1.  ความรู้เกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์
1.1  ความหมายของบรรจุภัณฑ์
1.2  ความเป็นมาของบรรจุภัณฑ์
1.3  หน้าที่ของบรรจุภัณฑ์
2.  บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ
3.  การออกแบบบรรจุภัณฑ์จากกวัสดุธรรมชาติ
4.  ตัวอย่างการประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์
4.1  บรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษแข็งพับได้
4.2  ชะลอมประยุกต์
4.3  ถุงผ้าแบบหูรูด
ตัวชี้้วัดหน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่องธุรกิจเพื่อชีวิต(4  คาบ)
1.  ใช้ทักษะในการทำงานร่วมกันออย่าางมีคุณธรรม(ง 1.1 ม. 3/1)
2.  อภิปรายการทำงานโดยใช้ทักษะการจัดการเพื่อการประหยัดพลังงานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม(ง 1.1 ม.3/3)
ตัวชี้วัดประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่องธุรกิจเพื่อชีวิต
4.  นักเรียนสามารถบอกความหมายความสำคัญวัตถุประสงค์องค์ประกอบ
หน้าที่ประโยชน์คุณลักษณะและจรรยาบรรณของผู้ประกอบธุรกิจได้     สาระการเรียนรู้
1.  ความหมายและความสำคัญของธุรกิจ
2.  วัตถุประสงค์และประเภทของธุรกิจ
3.  องค์ประกอบ หน้าที่ และประโยชน์ของธุรกิจ
4.  คุณลักษณะสำคัญของผู้ประกอบธุรกิจ
5.  จรรยาบรรณในการประกอบธุรกิจ
ตัวชี้วัดหน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่องการติดตั้งและประกอบผลิตภัณฑ์(งานช่าง)เวลา  4  คาบ
1.  อธิบายขั้นตอนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ(ง 1.1 ม.3/1)
2.  ใช้ทักษะในกาารทำงานร่วมกันอย่างมีคุุณธรรม(ง 1.1 ม.3/2)
3.  อภิปรายการทำงานโดยใช้้ทักษะการจัดกาารเพื่อการประหยัดพลังงานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม(ง 1.1 ม. 3/3)
ตัวชี้วัดประจำหน่วยการเเรียนรู้ที่  5 เรื่องงานช่าง
5.  นักเรียนสามารถบอกวิธีการติดตั้งและประกอบผลิตภัณฑ์ได้
สาระการเรียนรู้
1.  ความหมายและประโยชน์ของการติดตั้งและประกอบผลิตภัณฑ์
2.  องค์ประกอบสำคัญในการติดตั้งและประกอบผลิตภัณฑ์
3.  ความปลอดภัยในการติดตั้งและประกอบผลิตภัณต์
4.  วิธีการติดตั้งและประกอบผลิตภัณฑ์
ตัวชี้วัดหน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่องก้าวทันเทคโนโลยี (เวลา  6  คาบ)
1.  อธิบายระดับของเทคโนโลยี(ง 2.1 ม. 3/1)
2.  สร้างสิ่งของเครื่องใช้หรือวิธีการตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่างปลอดภัยออกแบบโดยถ่ายทอดความคิดภาพฉาย
เพื่อนำไปสู่การสสร้างต้นแบบและแบบจำลองสิ่งของเครื่องใช้หรือถ่ายทอดความคิดของวิธีการ
เป็นแบบจำลองความคิดของวิธีการเป็็นแบบจำลองความคิดและการรายงานผล(ง 2.1 ม. 3/2)
ตัวชี้วัดประะจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่องก้าวทันเทคโนโลยี(เวลา  6 คาบ)
6.  นักเรียนสามารถบอกความหมายความสำคัญระดับของเทคโนโลยีและสร้างสิ่งของเครื่องใช้ตามกระบวนการเทคโนโลยีได้
สาระการเรียนรู้
1.  ความหมาายและความสำคัญของเทคโนโลยี
2.  ระดับของเทคโนโลยี
3.  ความรุ้เกี่ยวกับการสร้างสิ่งของเครื่องใช้ตามกระบวนการเทคโนนโลยี
4.  การสร้างสิ่งของเครื่องใช้ตามกระบวนการเททคโนโลยี
ตัวชี้วัดหน่วยการเรียนรู้ที่  7  เรื่องสุ่โลกอาชีพ(เวลา  4  คาบ)
1.  อธิบายการหางาานด้วยวิธีที่หลากหลาย(ง 4.1 ม. 3/2)
2.  วิเคราะห์แนวทางเข้าสู่อาชีพ(ง 4.1 ม. 3/2)
3.  ประเมินทางเลือกในการประกอบอาชีพที่สอดคล้องกับความรู้  ความถนัดและความสนใจของตนเอง(ง 4.1 ม. 3/3)
สาระการเรียนรู้
1.  ความสำคัญของอาชีพ
2.  แนวทางเข้าสู่อาชีพ
3.  การหางานหรือตำแหน่งที่่ว่าง
สอบกลางภาค  1  คาบ
สอบปลายภาค  1  คาบ
รวม   36  คาบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดวิชาการงาน 5 ม.3 ง 23105

มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ 1 การดำรงชีวิตและครอบครัว
มาตรฐาน ง 1.1  เข้าใจการทำงาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทำงาน
ทักษะการจัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทำงานร่วมกันและทักษะ
การแสวงหาความรู้มีคุณธรรม และลักษณะนิสัยในการทำงาน มีจิตสำนึกในการใช้
พลังงาน ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเพื่อการดำรงชีวิตและครอบครัว
ตัวชี้วัด
1.  อภิปรายขั้นตอนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ
2.  ใช้ทักษะในการทำงานร่วมกันอย่างมีคุณธรรม
3.อภิปรายการทำงานโดยใช้ทักษะการจัดการเพื่อประหยัดพลังงานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
สาระที่ 2 การออกแบบและเทคโนโลยี
มาตรฐาน  ง  2.1  เข้าใจเทคโนโลยีและกระบวนการเทคโนโลยี ออกแบบและสร้าง
สิ่งของเครื่องใช้หรือวิธีการตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่างมีความคิดสร้างสรรค์
เลือกใช้เทคโนโลยีในทางสร้างสรรค์ต่อชีวิต สังคม สิ่งแวดล้อมและมีส่วนร่วม
ในการจัดการเทคโนโลยีที่ยั่งยืน
ตัวชี้วัด
1.  อธิบายระดับของเทคโนโลยี
2.  สร้างสิ่งของเครื่องใช้หรือวิธีการตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่างปลอดภัยออกแบบ
โดยถ่ายทอดความคิด ภาพฉายเพื่อนำไปสู่การสร้างต้นแบบและแบบจำลอง
ของสิ่งของเครื่องใช้หรือถ่ายทอดความคิดของวิธีการเป็นแบบจำลองความคิดและ
การรายงานผล
สาระที่ 3 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
มาตรฐาน  ง 3.1  เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ
ในการสืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ การสื่อสาร การแก้ปัญหาการทำงานและอาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ
ประสิทธผล และมีคุณธรรม
ตัวชี้วัด
สาระที่ 4 การอาชีพ
มาตรฐาน  ง 4.1 เข้าใจ มีทักษะที่จำเป็น มีประสบการณ์เห็นแนวทางในงานอาชีพ
ใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาอาชีพ มีคุณธรรมและมีเจตคติที่ดีต่ออาชีพ
ตัวชี้วัด
1.  อภิปรายการหางานด้วยวิธีที่หลากหลาย
2.  วิเคราะแนวทางเข้าสู่อาชีพ
3.  ประเมินทางเลือกในการประกอบอาชีพที่สอดคล้องกับความรู้ความถนัดและความสนใจของตนเอง

หน่วยการเรียนรู้รายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี 5 รหัสวิชา  ง 23105 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 งานบ้าน
1.1  เรื่อง การดูแลเสื้อผ้าในชีวิตประจำวัน  เวลา  4  คาบ
ตัวชี้วัด
1.  อภิปรายขั้นตอนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ (ง 1.1 ม. 3/1)

2.  ใช้ทักษะในการทำงานร่วมกันอย่างมีคุณธรรม(ง 1.1 ม.3/2)
3.  อภิปรายการทำงานโดยใช้ทักษะการจัดการเพื่อการประหยัดพลังงาน ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม(ง 1.1 ม.3/3)

ตัวชี้วัดประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 1/ภาระงาน
1.  นักเรียนสามารถอธิบายการดูแลเสื้อผ้าในชีวิตประจำวันได้
1.2  เรื่องอาหารประเภทสำรับ  เวลา  6  คาบ
2.  นักเรียนสามารถจัดอาหารประเภทสำรับได้
ภาระงาน
1.  ให้นักเรียนนำเสนอผลงานการดูแลเสื้อผ้าประเภทต่างๆ หน้าชั้นเรียน (3 คะแนน)
2.  สรุปองค์ความรู้เรื่องประเภทของเสื้อผ้า ( 2 คะแนน)
3.  ให้นักเรียนรายงานหน้าชั้นเรียนเรื่องการเตรียม  ประกอบ  จัด  ตกแต่งอาหารสำรับภาคต่างๆ(5 คะแนน)
4.  สรุปองค์ความรู้เรื่อง อาหารสำรับภาคต่างๆ (5 คะแนน)
5.  ให้นักเรียนปฏิบัติงานและจัดอาหารสำรับประเภทต่างกลุ่มละ  6-8 คนและนำเสนอผลงาน
พร้อมประเมินผลงาน (10 คะแนน)
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2  งานเกษตร(การขยายพันธุ์พืช) เวลา  4  คาบ
ตัวชี้วัดหน่วยการเรียนรู้ที่ 2
1. นักเรียนสามารถบอกวิธีการและขยายพันธุ์พืชแบบต่างๆได้
ภาระงาน
1.ให้นักเรียนทำรายเรื่องการขยายพันธ์ุพืชซึ่งมีสาระการเรียนรู้ดังนี้ (5 คะแนน)
1.1  ประวัติความเป็นมาของการขยายพันธุ์พืช
1.2  ความหมายของการขยายพันธุ์พืช
1.3  ความสำคัญของการขยายพันธุ์พืช
1.4  ประเภทของการขยายพันธุ์พืช
1.5  หลักการขยายพันธุ์พืช
1.7  วัสดุ  อุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ในการขยายพันธุ์พืช
1.8  วิธีการขยายพันธุ์พืช
2.  ให้นักเรียนขยายพันธุ์พืชแบบต่าง ๆ คนละ  1  วิธี
กำหนดส่ง  สิ้นเดือนสิงหาคม  (5  คะแนน)
ตัวชี้วัดหน่วยการเรียนรู้ที่ 3  งานประดิษฐ์
เรืื่อง  การประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์จากวัสดุตามธรรมชาติ
ภาระงาน
1.  ให้นักเรียนออกแบบบรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติและลงมือปฏิบัติชิ้นงาน
กลุ่มละ  5-6  คน  (10  คะแนน)
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4  ธุรกิจเพื่อชีวิต
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5  งานช่าง
หน่วยการเรียนรู้ที่ 6  ก้าวทันเทคโนโลยี
หน่วยการเรียนรู้ที่ 7  สู่โลกอาชีพ
การวัดและประเมินผล
ใช้อัตราส่วนคะแนน  ระหว่างภาค/ปลายภาด  70/30
คะแนนเสอบระหว่างภาค  70  คะแนน
คะแนนสอบปลายภาค  30  คะแนน
1.  คะแนนสอบระหว่างภาคมีรายละเอียดดังนี้
1.1 คะแนนสอบก่อนกลางภาค  25  คะแนน
หน่วยการเรียนรู้ที่  1  และหน่วยการเรียนรู้ที่  2(ตามรายละเอียดด้านบน)
1.2 คะแนนสอบกลางภาค  15  คะแนน
หน่วยการเรียนรู้ที่  1 – หน่วยการเรียนรู้ที่  3 (เป็นข้อสอบแบบปรนัยเลือกตอบ  45  ข้อ
และแบบอัตนัย  3  ข้อ หน่วยการเรียนรู้ละ  1  ข้อ)
1.3 คะแนนสอบหลังกลางภาค  30  คะแนน
หน่วยการเรียนรู้ที่  3  งานปฏิบัติ –  หน่วยการเรียนรู้ที่ 7
1.4 คะแนนสอบปลายภาค  30  คะแนน
หน่วยการเรียนรู้ที่  1 – 7 เป็นข้อสอบแบบปรนัยเลือกตอบตามตัวชี้วัด
จำนวน   60  ข้อ
หมายเหตุ
1. สำหรับการทดสอบรายหน่วยการเรียนรู้สอบในคาบเรียนหลังจากที่ทำแบบทดสอบหลังเรียน
จะเก็บคะแนนจากแบบทดสอบประจำหน่วย
2. สำหรับการส่งงานตามปฎิทินที่กำหนดส่ง
3. สำหรับแบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียนใช้ทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนไม่ใช้ชุดเดียวกัน
กับแบบทดสอบประจำหน่วย
เวลาเรียน  นักเรียนต้องมีเวลาเรียนครบร้อยละ  80 หมายความว่านักเรียนขาดได้  7.5 คาบ

ประกาศผลสอบ O-NET ม.6 ปี 57 วิชาการงาน

ประกาศผลสอบ  O-net  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปี 57 วิชาการงาน  ร.ร. กุดชุมวิทยาคม  จังหวัดยโสธร  สพม. 28
ให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ดูประกาศผลสอบจาก  สทศ หรือเว็บไซต์วิชาการโรงเรียนกุดชุมวิทยาคม
คะแนนสูง-ต่ำรายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี(08)
คะแนนสูงสุด  70
คะแนนต่ำสุด  10
คะแนนเฉลี่ย(Mean)  45.20
คะแนนเฉลี่ยแยกตามสาระการเรียนรู้คะแนนเต็ม  100
สาระที่  1  การดำรงชีวิตและครอบครัว(งานบ้าน  งานเกษตร  งานประดิษฐ์
งานช่าง  งานธุรกิจ)  ได้คะแนนเฉลี่ย  52.94
สาระที่  2  การออกแบบและเทคโนโลยี  ได้คะแนนเฉลี่ย  33.03
สาระที่  3  เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(คอมพิวเตอร์) ไดัคะแนนเฉลี่ย  22.31
สาระที่  4  การอาชีพ  ได้คะแนนเฉลี่ย  68.97
คะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ
สาระที่  1  คะแนนเฉลี่ย  56.43
สาระที่  2  คะแนนเฉลี่ย  39.51
สาระที่  3  คะแนนเฉลี่ย  25.24
สาระที่  4  คะแนนเฉลี่ย  71.42
คะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ  49.01
นักเรียนที่ได้คะแนนสูงสุด
1.  นายธนาคร  อุทรดัน  70  คะแนน
2.  นางสาวรัตติยาภรณ์  วันศุกร์  70  คะแนน
3.  นางสาวสุธาสินี  ศรีมันตะ  68  คะแนน
4.  นายจักรพันธ์ุ  วงษ์ศรีกุล  68  คะแนน
5.  นางสาวธินัดดา  บุญศรี  68  คะแนน
นักเรียนที่ได้คะแนนต่ำสุด
1.  นายสุวรรณ  ทับแสง  10  คะแนน
2  นายเทวกุล  วงษ์ศรีแก้ว  16  คะแนน
3.  นางสาวสุธาทิพย์  กลมเกลียว  16  คะแนน
โรงเรียนควรเร่งพัฒนาทุกสาระเพราะมีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าระดับประเทศ
ครูผุ้สอนควรพัฒนาปรับปรุงนวัตกรรมผู้บริหารควรให้ความสำคัญเท่าเทียม
กับรายวิชาสามัญครูผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  6 แสดงความคิดเห็นต่อข้อสอบ O-net  วิชาการงานว่าเป็นข้อสอบที่ตรงตามมาตรฐานและตัวชี้วัด  สำหรับ
ปีการศึกษา  2558 สมาชิกและคุณครูกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโน
คงเตรียมพร้อมสำหรับ O-net  58 โดยคุณครูจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดเต็มกำลังเต็มเวลาเต็มความสามารถ
โดยกลุ่มสาระไม่ต้องจัดกิจกรรมเรียนเพิ่มเติมพิเศษ(ติวจากผู้เชี่ยวชาญ)
เพราะค่าใช้จ่ายสูง(โรงเรียนนอกเมืองยากจนมากค่ะ)นักเรียนได้คะแนน
เฉลี่ยเท่านี้ก็เก่งมากแล้วให้กำลังใจสมาชิกคุณครูการงานทุกท่านนะคะ
สื่อการเรียนการสอนของเราชาวการงานขอสมาร์โฟน  1 เครื่อง

 

 

ประกาศผลสอบ O-NET ม. 3 ปี 57วิชาการงาน

ประกาศผลสอบ  O-net ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนกุดชุมวิทยาคม
ให้นักเรียนดูประกาศผลสอบ O-net  จากประกาศผล สทศ หรือเข้าดูในเว็บไซต์วิชาการโรงเรียนกุดชุมวิทยาคม
คะแนนสุง-ต่ำรายวิชาการงาน(รหัส  98) ปี  57
คะแนนสูงสุด  10  อันดับ
1.  นางสาววรัญญา  ศรีไชย์   72  คะแนน
2.  นางสาวณัฐฐาภรณ์  ทองน้อย  70  คะแนน
3.  นายขจรศักดิ์  เศิกศิริ  68  คะแนน
4.  นางสาวประภัสสร  หลุบเลา  68  คะแนน
5.  นางสาวอุบลวรรณ  เนตรวงศ์  66  คะแนน
6.  นางสาวอรัญญา  คู่กระสังข์  66  คะแนน
7.  นางสาววิจิตรา  ศรีกันยา  66  คะแนน
8.  นางสาวสุภาพร  มะนุใย  66  คะแนน
7.  นาางสาวนันทิยา  เศรษฐา  64  คะแแนน
8.  นางสาวธนพร  เผ่าเพ้ง  64  คะแนน
9.  นายศรันย์  สรีมันตะ  62  คะแนน
10. นางสาวประภัสสร  สายแวว  62  คะแนน
11. นายจักรกฤษ  กาลจักร  62  คะแนน
12. นายนครินทร์  เผ่าเพ็ง  62  คะแนน
13. นางสาวกฤติยาภรณ์  จันทะมาตย์  62  คะแนน
14. นายกฤษณะ  เชื้อบัณฑิต  62  คะแนน
คะแนนต่ำสุด
1.  นายศักดิ์สิทธิ์  สุทธินา  12  คะแนน
2.  นางสาววรัญญ  ทองงาม  14  คะแนน
3.  นางสาวจิราภรณ์  พรมสุข  18  คะแแนน
4.  นายกนต์ธร  อนุมาตย์  18  คะแนน
คะแนนเฉลี่ย(Mean)ระดับโรงเรียน  45.38
คะแนนเฉลี่ย(Mean)ระดับจังหวัด  45.70
คะแนนเฉลี่ย(Mean)ระดับสังกัด  45.87
คะแนนเฉลี่ย(Mean)ระดับประเทศ  45.42
ค่าสถิติแยกตามสาระการเรียนรุ้   คะแนนเต็ม  100  คะแนน
สาระที่  1  การดำรงชีวิตและครอบครัวคะแนนเฉลี่ย  50.61   คะแนน
สาระที่  2  การออกแบบและเทคโนโลยีคะแนนเฉลี่ย  39.29  คะแนน
สาระที่  3  เทคโนโลลยีสารสนเทศและการสื่อสารคะแนนเฉลี่ย  31.97
สาระที่  4  การอาชีพคะแนนเฉลี่ย   51.42  คะแนน
ค่าสถิติแยกตามสาระการเรียนรู้  คะแนนเต็ม  100 (ระดับประเทศ)
สาระที่  1  การดำรงชีวิตและครอบครัวคะแนนเฉลี่ย  48.11
สาระที่  2 การออกแบบและเทคโนโลยีคะแนนเฉลี่ย  39.24
สาระที่  3 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่ออสารคะแนน  35.05
สาระที่  4 การอาชีพคะแนนเฉลี่ย  54.42
สาระการเรียนรู้ที่โรงเรียนเร่งพัฒนาเนื่องจากคะแนนเฉลี่ยของโรงเรียนต่ำ
กว่าคะแนนระดับประเทศได้แก่
สาระที่  3  เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
สาระที่  4  การอาชีพ
คะแนนเฉลี่ยของโรงเรียนเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาเป็น  45.38  แต่ระดับประเทศเฉลี่ย  45.42 คะแนนเฉลี่ยยังต่ำกว่าระดับประเทศอยู่  0.04
ผลคะแนนอยู่ในระดับต่ำถึงแม้ว่าคะแนนเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นคะแนนใน
ภาครวมยังไม่ดีเท่าที่ควรจะเห็นได้ว่าคุณภาพการศึกษาจากโรงเรียนใน
เมืองและชนบทจะแตกต่างกันมากโดยเฉพาะรายวิชาสามัญอาจเป็นปัจจัย
มาจากการเรียนเพิ่มเติมของนักเรียน
ครูและผู้บริหารมีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากครูประจำวิชาสามารถสร้าง
นวัตกรรมการเรียนรุ้ได้  ครูควรจะทำอย่างไรจึงจะมอบความรู้ให้กับนักเรียน
ของตนเองได้  ครูเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการจัดกิจกรรมการเรียนรุํเพื่อ
ให้ผลโอเนตสุงกว่าระดับประเทศ
สุดท้ายขอขอบใจนักเรียนทุกคนที่ตั้งใจทำข้อสอบจนกระทั่งผล
คะแนนเฉลี่ยของโรงเรียนเเพิ่มขึ้นและตั้งใจเรียนตามมาตรฐานการเรียนรู้
และตัวชี้วัดโดยไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายในการเรียนเพิ่มเติมพิเศษและนักเรียน
หลายคนบอกว่าข้อสอบ  O-net วิชาการงานตรงตามมาตรฐานและตัวชี้วัด
เพราะฉะนั้นนักเรียนทุกคนตั้งใจเรียนผลสอบโอเนตก็สูง ครูจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเต็มเวลาและเต็มความสามารถผลสอบเพิ่มขึ้นครูรู้สึกดีใจ
เพราะสาระการงานไม่ได้รับการติวพิเศษเหมือนกับวิชาสามัญนักเรียน
ทำคะแนนได้มากเป็นส่วนใหญ่ก็เก่งมากแล้วค่ะและในส่วนนี้ผู้บริหารต้อง
เรงเห็นความสำคัญทุกรายวิชาเท่ากันโดยเฉพาะระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่6
สำหรับน้กเรียนที่ได้คะแนนต่ำมากเป็นเรื่องงความแตกต่างระหว่างบุคคล
และเป็นธรรมชาติของโรงเรียนขนาดใหญ่มีนักเรียนจำนวนมากมีห้องเรียน
จำนวนมากมีครูสอนหลายคนและมีสาระการเรียนรู้ถึง  4  สาระคุณครูกลุ่ม
สาระการงานต้องเตรียมพร้อมตั้งแต่สาระที่ 1-4 ค่ะ
krupaga