Category Archives: แบบทดสอบการงาน ง 32104 ม.5

แบบทดสอบเรื่องวิธีการถนอมอาหาร ง 32104 ม.5

แบบทดสอบเรื่องวิธีการถนอมอาหาร  ง  32104  ม.5

คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดด้วยการทำเครื่องหมาย
กากบาท(X) หรือวงกลมทับข้อที่ถุกที่สุดเพียงข้อเดียว

  1. ควรคำนึงถึงสิ่งใดมากที่สุดในการเชื่อมมันเทศ
    ก.  ความสะอาด  ข.  ความประณี     ค.  ความอร่อย
    ง.  ความสวยงาม  2.  ก่อนจะประกอบการถนอมอาหารนักเรียนควรปฏิบัติตนอย่างไร ก.  ล้างภาชนะและอุปกรณ์ให้สะอาด                   ข.  ล้างวัตถุดิบให้สะอาด  ค.  ถูกทั้งข้อ  ก และ ข

3. กล้วยตากเป็นวิธีการถนอมอาหารแบบใด

ก.  การหมักและการรมควัน
ข.  การบรรจุขวดหรือกล่อง
ค.  การทำให้แห้ง
ง.  แบบประหยัด

4. การถนอมอาหารควรคำนึงถึงเรื่องใด

ก.  เลือกวิธีการถนอมและศึกษาอย่างละเอียด
ข.  เลือกวิธีการถนอมให้เหมาะสมกับชนิดของอาหาร
ค.  ทำอาหารตามตำรับ
ง.  ถูกทุกข้อ

5.  การถนอมอาหารแบบแช่อิ่มใช้กับอาหารชนิดใด

ก.  ผักดิบ
ข.  ผลไม้สุก
ค.  ผักที่มีเนื้อแน่น  ผลไม้แก่จัดเนื้อห่าม
ง.  เนื้อสัตว์

6. การเชื่อมกล้วยหรือเชื่อมมันควรใช้น้ำเชื่อมที่มีอัตราส่วนเท่าใด

ก.  น้ำตาล 1 ส่วน ต่อน้ำ 3 ส่วน
ข.  น้ำตาล 2 ส่วน ต่อน้ำ 3 ส่วน
ค.  น้ำตาล 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน
ง.  น้ำตาล 2 ส่วน ต่อน้ำ 5 ส่วน

7. อาหารชนิดใดที่เหมาะสมกับการนำมาบรรจุขวด

ก.  เผือกกวน
ข.  มันเทศเชื่อม
ค.  ผักดองสามรส
ง.  เงาะเชื่อม

8. การทำอาหารบรรจุขวดเป็นวิธีการเก็บอาหารในลักษณะของอาหารประเภทใด

ก.  อาหารสด
ข.  อาหารแห้ง
ค.  อาหารพร้อมปรุง
ง.  อาหารสำเร็จรูป

9. ข้อใดเป็นหลักการถนอมอาหาร

ก.  อาหารสดใหม่
ข.  ทำลายและยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคที่ทำให้อาหารเน่าเสีย
ค.  อาหารสุกๆ ดิบๆ
ง.  ถูกทุกข้อ

10. ข้อใดมิใช่ถนอมอาหารโดยการใช้น้ำตาล

ก.  กล้วยกวน
ข.  มะขามแช่อิ่ม
ค.  กิมจิ
ง.  เผือกฉาบ

แบบทดสอบหน่วยที่ 4 เรื่องการถนอมอาหาร ง 32104 ม.5

ำสั่ง  ให้นักเรียนทำเครื่องหมายกากบาท (X) ทับข้อที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว
1.  ข้อใดคือความหมายของการถนอมอาหาร.
ก.  วิธีการต่าง ๆที่ทำให้อาหารประเภทพืชและสัตว์เก็บได้นานกว่าปกติโดยไม่บูดเสียคงสภาพใกล้เคียงกับของสดมากที่สุด
ข.  กรรมวิธีต่าง ๆ ที่ทำให้อาหารอยู่ในสภาาพใกล้เคียงกับของสดมากที่สุด
ค.  กระบวนการที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะของอาหารเพื่อให้อาหารนั้นมีรุปร่างรสชาติแปลกใหม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเกิดเป็นชนิดใหม่
ง.  ถูกกทั้งข้อ  ก  และ  ข
2.  ข้อใดคือความหมายของการแปรรูปอาหาร. (ใช้ตัวเลือกข้อ 1)เฉลยข้อ ค
3.  การถนอมอาหารมีความสำคัญในข้อใด.
ก.  ช่วยยืดอายุกการเก็บรักษาอาหารให้นานขึ้น
ข.  ช่วยบรรเทาความาดแคลนอาหารในช่วงสถานการคับขัน  ช่วยให้เกิดการกระจายของอาหารไปยังท้องถิ่นอื่น ๆ  ช่วยให้มมีอาหารบริโภคนอกฤดูกาล
ค.  ช่วยป้องกันผลผลิตทางการเกษตรล้นตลาด  ช่วยเพิ่มความหลากหลายในด้านรสชาติและลักษณะของอาหหาร
ง.  ถูกทุกข้อ.
4.  ข้อใดคือสาเหตุการเน่าเสียของอาหาร.
ก.  เกิดจากสิ่งมีชีวิตจุลินทรีย์ประเภทเชื้อรา  แบคทีเรีย  และยีสต์
ข.  เกิดจากวัตถุและปฏิกิริยาทางเคมี
ค.  เกิดจากสาเหตุอื่น ๆ เช่นการบรรจุภัณฑ์ในการขนย้ายไม่ดีทำให้ภาชนะแตก
ทำให้เชื้อราแบคนีเรียเข้าไปปนเปื้อนในอาหารภาชนะที่ใช้บรรจุอาหารไม่สะอาด
ง.  ถูกทุกข้อ
5.  ข้อใดคือหลักการในการถนอมอาหาร.
ก.  การระเหยน้ำออกจากเนื้ออาหาร   ข.  การใช้ความร้อนทำลายเชื้อจุลินทรีย์
ค.  การยั้บยั้งการดูดซึมสารอาหารของจุลินทรีย์   การเก็บรักษาอาหารในอุณหภุมิต่ำ
การใช้รังสีถนอมอาหาร    ง.  ถูกทุกข้อ
6.  การเชื่อม  การดอง  การแช่อิ่ม  อาศัยหลักการในข้อใด.
ก.  การยับยั้งการดูดซึมสารอาหารของจุลินทรีย์  ข.  การระเหยน้ำออกจากเนื้ออาหาร
ค.  การใช้รังสีถนอมอาหาร   ง.  การเก็บรักษาอาหารในอุณหภูมิต่ำ
เฉลยข้อ  ก 
7.  การใช้รังสีถนอมอาหารเรียกอีกชื่อหนึ่งว่ากระบวนการแบบเย็นนิยมในอาหาร
ข้อใด.
ก.  กล้วย  มะม่วง  มะละกอ  ฝรั่ง   ผลไม้ต่าง ๆที่ไม่มีรสเปรี้ยว
ข.  ข้าว  ผลไม้สด  ผลไม้แห้ง  เครื่องเทศ  เครื่องปรุงรส
ค.  หัวหอมกระเทียม  หอมใหญ่  ขิง   มันฝรั่ง  แครอท  มะเขือเทศ  เนื้อวัว  เนื้อหมู
 แหนม   แฮม   เบคอน  อาหารที่เน่าเสียได้  เนื้อสัตว์ปีก
ง.   ถูกททุกข้อ
8.  การถนอมอาหารโดยการกำจัดน้ำในอาหารให้มากที่สุดเพื่อให้จุลินทรีย์
เจริญเติบโตได้ช้าลงและป้องกัันการเหม็นหืนของไขมันในอาหารหมายถึง
วิธีการถนอมอาหารแบบใด.
ก.  การทำอาาหารให้แห้ง    ข.  การรมควัน    ค.  การใช้ความร้อน
ง.  การฉายรังสี     เฉลยข้อ  ก  การทำอาหารให้แห้ง
9.  การทำให้อาหารแห้งเพื่อถนอมอาหารมี  2  วิธีคือข้อใด.
ก.  การทำให้อาหารแห้งโดยธรรมชาติ
ข.  การทำให้อาหารแห้งโดยอาศัยวิธีกลเข้าช่วย
ค.  การทำอาหารให้แห้งโดยการรมควัน
ง.  ถูกทั้งข้อ  ก  และ  ข
10.การถนอมอาหารโดยวิธีใดมีต้นทุนต่ำ. (ใช้ตััวเลือกข้อ  9)      เฉลยข้อ  ก
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการถนอมอาหาร
1.ข้อใดไม่ใช่ผักและผลไม้ในท้องถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.
ก.  ใบย่านาง           ข.   ใบบัวบก      ค.  ฝรั่ง    ง.  ลองกอง
เฉลยข้อ   ง
2.ข้อใดคือคุณสมบัติของการถนอมอาหาร.
ก.  ช่วยเพิ่มคุณค่าทางอาหาร
ข.  ช่วยให้อาหารมีรสชาติดีขึ้น
ค.  มีวิธีการหุงต้มหลายวิธี
ง.  เป็นการแปรรูปอาหารทำให้อยู่ได้นาน
3.ข้อใดกล่าวถึงประโยชน์ของการถนอมอาหารด้วยวิธีการตากแห้ง.
ก.  ทำให้ครอบครัวมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น
ข.  ทำให้อาหารมีน้ำหนักเบาสะดวกในการขนส่ง
ค.  มีความแตกต่างจากอาหารสดเพราะมีสีสวย
ง.  ช่วยเพิ่มรสชาติรสชาติของอาหารให้แปลกได้
4.ข้อใดเป็นกระบวนการถนอมอาหาร.
ก.  นำกล้วยสุกมาทำกล้วยบวชชี
ข.  นำกล้วยสุกมากวน
ค.  นำกล้วยสุกมาปิ้ง
ง.  นำกล้วยสุกมาทำข้าวต้มมัด
5.ข้อใดเป็นความหมายของการแปรรูปอาหาร.
ก.  ไชโยทำมะม่วงกวน
ข.  เอกชัยทำน้ำสับปะรด
ค.  ลลิตาทำกล้วยตาก
ง.  น้ำทำมะม่วงดอง
6.คนไทยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในข้อใด.
ก.  ค้าขาย             ข.  รับจ้าง            ค.  เกษตกรรม       ง.  รับราชการ
7.ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการถนอมอาหาร.
ก.  มีตลาดรองรับ      ข.  ป้องกันอาหารล้นตลาด
ค.  มีอาหารบริโภคนอกฤดู       ง.  ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาอาหารไว้ได้นาน
8.พืชชนิดใดที่มีความสำคัญในอุตสาหกรรมการเกษตร
ก.  มะม่วง      ข.  สับปะรด       ค.  มะขาม    ง.  มะยม
ประวัติความเป็นมาของการถนอมอาหาร
1.จากบันทึกทางประวัติศาสตร์ของประเทศสหรัฐอเมริกาได้ระบุว่า
ชาวอินเดียแดงได้รู้จักการถนอมอาหารวิธีแรกในข้อใด.
ก.  การตากแห้ง            ข.  การเชื่อม
ค.  การรมควัน               ง.  การดอง
2.ชาวตะวันตกที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยสมัยสมเด็จพระนารายณ์ชื่อว่าอะไร.
ก.  ไมเคิลจอน             ข.  นิโคลาส์  แชร์แวส
ค.  เซอร์จอนเบาริ่ง       ง.  นิโคบาส
3.บุคคลในข้อ 3 ได้บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับอาหารคือเรื่องใด.
ก.  ในน้ำมีปลาในนามีข้าว
ข.  ประเทศสยามมีอาหารการกินเป็นจำนวนมาก
ค.  คนไทยไม่นิยมกินปลาสด
ง.  คนไทยนิยมการถนอมอาหารที่เหลือจากการรับประทาน
4.กะปิและปลาร้าเป็นการถนอมอาหารด้วยวิ๊ธีการใด.
ก.  การหมัก                ข.  การดอง
ค.  การรมควัน             ง.  การตากแห้ง
5.กะปิทำมาจากสัตว์ในข้อใด.
ก.  ปรากระดี่    ปลาดุก
ข.  ปลาช่อน                ค.  กุ้งเคย       ง.  ปลาหมอ
6.ซีมองเดอะราชทูตชาวฝรั่งเศสได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยและบันทึกเกี่ยวกับเรื่องใด.
ก.  ชาวไทยสมัยอยุธยานิยมทำปลาร้าจากปลากระดี๋  และ ปลาดุก
ข.  ชาวอยุธยาไม่นิยมกินปลาสดนิยมกินปลาที่แปรรูปแล้ว
ค.  ในน้ำมีปลาในนามีข้าว
ง.  ในท้องทะเลประเทศไทยมีกุ้งตัวเล็กจำนวนมาก
7.คนไทยเรียกปลาร้าแต่ฝรั่งเรียกในข้อใด
ก.  ปลาเหม็น               ข.  ปลาเน่า
ค.  ปลาแห้ง                 ง.  ปลารมควัน
8.อาหารเน่าเสียเกิดจากสายเหตุในข้อใด.
ก.  การยั้บยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรี
ข.  การลดจำนวนน้ำ
ค.  การเจริญเติบโตของจุลินทรี
ง.  ถูกทุกข้อ
เรื่องการถนอมอาหาร
(การเชื่อม  การกวน การทำแยมและเจลลี่)
คำสั่ง ให้นักเรียนทำเครื่องหมายกากบาท(X)ทับข้อที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว
44.การถนอมอาหารโดยใช้ความร้อนทำให้อาหารสุกและน้ำตาลซึมผ่านเข้าไปในเนื้ออาหารอาหารจะไม่เหี่ยวย่นเก็บไว้ได้นานหมายถึงข้อใด.
ก.  การแช่อิ่ม       ข.  การดอง      ค.  การเชื่อม      ง.  การกวน
เฉลยข้อ  ค
45.การเชื่อมมี  2  วิธีคือข้อใด.
ก.  การเชื่อมช้า  การเชื่อมเร็ว    ข.  การเชื่อมเร็ว  การเชื่อมแห้ง
ค.  การเชื่อมแบบอ่อน  การเชื่อมเร็ว  ง.  การเชื่อมเข้มข้น  การเชื่อมน้ำ        เฉลยข้อ  ข
46.การเชื่อมเร็วมี  2  ลักษณะคือข้อใด.
ก.  ความเข้มข้นของน้ำเชื่อม  5-10  เปอร์เซนต์
ข.  ความเข้มข้นของน้ำเชื่อม  10- 15  เปอร์เซนต์
ค.  ความเข้มข้นของน้ำเชื่อม  10- 20  เปอร์เซนต์
ง.  ความเข้มข้นของน้ำเชื่อม   20- 30  เปอร์เซนต์
เฉลยข้อ  ค
47.ลอยแก้ว เป็นการเชื่อมที่มีลักษณะในข้อใด.
ก.  ใช้นำตาลทราย  1  ถ้วยตวงน้ำ  4  ถ้วยตวงเคี่ยวเป็นน้ำเชื่อมอย่างอ่อน
ข.  ใส่ผลไม้ที่จะเชื่อมลงไปใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงใช้ไฟอ่อน
ค.  ถ้าใช้เวลาเคี่ยวน้อยเกินไปจะทำให้มีกลิ่นน้ำตาลทรายอาหารเสียง่ายและรสชาติอาหารไม่อร่อยไม่ทิ้งค้างคืนถ้าจะเก็บต้องแช่ในตู้เย็น
ง.  ถูกทุกข้อ       เฉลยข้อ  ง
48.ผลไม้ในข้อใดนิยมเชื่อมในลักษณะลอยแก้ว.
ก.  สับประรด เงาะ  ลิ้นจี่
ข.  แห้ว  ลำไย  กระท้อน
ค.  มะม่วง  ส้มโอ  ส้มเขียวหวาน
ง.   ถูกทุกข้อ
เฉลยข้อ  ง
49.ความเข้มข้นของน้ำเชื่อม 30-40 เปอร์เซนต์โดยใช้นัตาลทราย
2  ถ้วยตวงน้ำ 4 ถ้วยตวงเคี่ยวเป็นน้ำเชื่อมเมื่อทิ้งให้เย็นน้ำตาลจะไม่
ตกผลึกคำว่าตกผลึกหมายถึงข้อใด.
ก.  น้ำตาลจะไม่มีความเข้มข้นเพิ่มขึ้น
ข.  น้ำตาลจะมีความหวานคงเดิม
ค.  น้ำตาลจะซึมเข้าไปในเนื้อผักผลไม้
ง.  น้ำตาลกลายเป็นสิ่งที่มีลักษณะขาวใสดั่งแก้ว
เฉลยข้อ  ง
50.ในการเชื่อมใช้ความเข้มข้นของน้ำเชื่อม 30-40 เปอร์เซนต์มี
ข้อดีใดบ้าง.
ก.  เนื้ออาหารจะมีความมันเงา    ข.  ไม่เหี่ยวน่ารับประทาน
ค.  น้ำตาลไม่ตกผลึก  เก้บได้นาน  1  สัปดาห์        ง.  ถูกทุกข้อ
ฉลยข้อ  ง
51.การเชื่อมเร็วนิยมเชื่อมผลไม้ชนิดใดบ้าง.
ก.ฟักทอง    ข.  เผือก  มันเทศ     ค.  กล้วย  มันสำปะหลัง   จาวตาล
ง.  ถูกทุกข้อ
เฉลยข้อ  ง
52.การเชื่อมแห้งใช้กับผักผลไม้ที่มีเนื้อแน่นมีเส้นใยมากใช้เวลาเคี่ยวนานได้แก่พืชผักผลไม้ประเภทใด.
ก.  ฟักเขียว ข.  มะตูม  สับประรด  ค.รากบัว เปลือกมะนาว ง.ถูกทุกข้อ
เฉลยข้อ  ง
53.ใช้ความเข้มข้นของน้ำเชื่อม  60-70 เปอร์เซนต์
โดยใช้น้ำตาล 4-6 ถัวยต่อน้ำ 4  ถ้วยใช้น้ำตาล 1 ถ้วยน้ำ 4 ถ้วย
ตั้งไฟพอเดือดใส่ผักผลไม้ลงไปเคี่ยวพอสุกใส่น้ำตาลทรายครั้งละครึ่งถ้วยตวงจนหมดเคี่ยวต่อไปจนน้ำเชื่อมเป็นยางมะตูมจึงตักอาหารขึ้นถ้าจะเก็บไว้รับประทานนานๆ 1 เดือน ให้เคี่ยวต่อ  10  นาทีหมายถึงการเชื่อมในข้อใด.
ก.  การเชื่อมเร็ว ข.  การเชื่อมช้า  ค.  การเชื่อมแห้ง  ง การเชื่อมเหลว
เฉลยข้อ  ค
54.การถนอมอาหารโดยการนำผักและผลไม้มาผสมกับน้ำตาลใช้ความร้อนเคี่ยวจนปริมาณณน้ำลดลงผสมเป็นเนื้อเดียวกันหมายยถึงข้อใด.
ก.  การเชื่อม    ข.  การกวน     ค.  การแช่อิ่ม    ง.  การดอง
เฉลยข้อ   ข
55.การกวนมี  3  ประเภทได้แก่ข้อใด.
ก.  การกวนโดยใช้น้ำตาลกับน้ำ    ข. โดยใช้น้ำตาลกับกะทิ
ค.  โดยใช้น้ำตาลอย่างเดียว          ง.  ถูกทุกข้อ
56.ผักผลไม้ในข้อใดนิยมกวนโดยใช้กะทิ.
ก. มะขาม พุทรา ข.  ฟักทอง  เผือก ค.  มะม่วงสุก  สับประรด             ง.  กระท้อน     เฉลยข้อ  ข
ใช้ตอบคำถามข้อ  57
1.ผักและผลไม้ที่นำมากวนต้องสุกถ้ามีส่วนเน่าให้ตัดออก
2.ใช้ไฟอ่อนและให้คนด้วยพายไม้ตลอดเวลาอย่าให้ก้นไหม้
3.อาหารที่กวนควรแห้งและเหนียว
4.วิธีกวนควรใช้อาหารล้วนๆก่อนจนน้ำออกมาจากผักผลไม้งวดจึงเติมน้ำ
57.ให้นักเรียนเรียงลำดับขั้นตอนการถนอมอาหารโดยการกวนจากก่อนไปหลัง
ก.  1  2  3  4       ข.  1  3  2  4
ค.  1   2   4   3     ง.   2  1   3  4
เฉลยข้อ  ก
58.ในการถนอมอาหารโดยวิธีการกวนใช้ภาชนะในข้อใด.
ก.  กระทะทองแดง     ข.  กระทะทองเหลือง
ค.  กระทะอลูมิเนียม   ง.  กระทะสังกะสี
เฉลยข้อ  ข
59.ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเนื้อผลไม้ผสมสารให้ความหวานสารทำให้คงรุปเติมน้ำผลไม้จะมีลักษณะเหนียวกว่าการกวนหมายถึงข้อใด.
ก.  การกวน   ข.  การทำแยม      ค.  การทำเจลลี่   ง.  เพคติน  เจลาติน
เฉลยข้อ  ข
60.สารทำให้ผลิตภัณฑ์ในข้อ  59  คงรุปหมายถึงข้อใด.
(ใช้ตัวเลือกข้อ  59) เฉลยข้อ  ง
61.ผสมเนื้อผลไม้ น้ำตาลทรายเจลลาตินหรือเพคตินรวมกันในหม้อ
โดยใช้สัดส่วนเนื้อผลไม้/น้ำตาล/เพคติน/กรดอินทรีย์ในข้อใด.
ก.  35/45/0.5/0.1        ข.   45/55/1/0.3
ค.  45/55/1/0.5             ง.  45/55/1/0.7
เฉลยข้อ  ง
62.ในการทำแยมเคี่ยวตอนแรกใช้ไฟอ่อนๆเมื่อละลายหมดให้ใช้ไฟแรงเพื่อเหตุผลในข้อใด.
ก.  แยมจะเหนียว                  ข.  แยมจะสีใสเป็นประกาย
ค.  แยมจะมีรสชาติอร่อย     ง.  เวลาทาขนมปังจะติดดีน่ารับประทาน
63.ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากน้ำผลไม้ผสมน้ำตาลและเจลลาติน เพคตินหรือ
หรือคาราจีแนนมีลักษณะใสคล้ายวุ้นแต่ไม่เหนียวหนืดไม่เหลว
และคงรูปเมื่อถอดออกจากพิมพ์หมมายถึงข้อใด.
(ตัวเลือก้อ  59 ) เฉลยข้อ  ค
ใช้ตอบข้อ  64
1.เคี่ยวน้ำผลไม้บางส่วนกับเจลลาติน เพคตินหรือคาราจีแนนพอเดือดยกลง
2.เติมน้ำผลไม้ที่เหลือจนหมดคนให้เข้ากันทิ้งไว้จนอุ่น
3.เทใส่พิมพ์นำไปแช่ในตุ้เย็นจนแข็งตัวจึงแกะออกจากพิมพ์
64.ให้นักเรียนเรียงลำดับขั้นตอนการทำเจลลี่จากก่อนไปหลัง.
ก.  1  2  3       ข.  2  3  1      ค.  1  3  2       ง.  1  3    2
เฉลยข้อ  ก
65.เจลาติน  เพคติน  คาราจีแนน คืออะไร.
ก.  น้ำผลไม้รวม  ข.  สารประกอบจำพวกน้ำตาลหลายดมเลกุลทำให้แยมเจลลี่คงรูป
ค.  น้ำผลไม้ผสมกับน้ำตาลกลูโคส    ง. น้ำผลไม้ผสมกับน้ำตาล          ฟรุทโทส     เฉลยข้อ  ข
66.ข้อใดสัมพันกัน.
ก.  เจลาตินสกัดจากกระดุกและหนังสัตว์
ข.  เพคตินสกัดได้จากพืช
ค.  คาราจีแนนสกัดได้จากสาหร่าย
ง.  ถุกทุกข้อ
เฉลยข้อ  ง
67.น้ำผลไม้มีวิตามินในข้อใดมากที่สุด.
ก.  วิตามินเอ       ข.  วิตามินซึ
ค  วิตามินบี           ง.  วิตามินอี    เฉลยข้อ  ข
68.สารแคโรทีนเป็นสารกำเนิดวิตามินในข้อใด.
(ใช้ตัวเลือกข้อ  67)  เฉลยข้อ  ก
69.น้ำผักผลไม้อยู่ในอาหารหลักหมู่ใด.
ก.  หมู่ที่  1       ข.  หมู่ที่  3     ค.  หมู่ที่  4      ง.  หมู่ที่  3  และ  หมู่ที่ 4
เฉลยข้อ  ง
70.น้ำผลไม้มีสารอาหารประเภทใด.
ก.  โปรตีน      ข.  คาร์โบไฮเดรต      ค.  เกลือแร่  วิตามิน    ง.  ไขมัน
เฉลยข้อ  ค
71.